
“ฟิลลิป” แนะเก็งกำไรกลุ่ม “การเงิน–บริโภค–ก่อสร้าง” รับภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง
บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ประเมินตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มตอบรับเชิงบวก หลังผลเลือกตั้งชี้ “พรรคภูมิใจไทย” มีโอกาสนำจัดตั้งรัฐบาลหลังชนะเลือกตั้งอันดับ 1 แนะเก็งกำไรหุ้นกลุ่มการเงิน บริโภคในประเทศ และก่อสร้าง คาดดัชนีมีโอกาสทดสอบแนวต้าน 1,375–1,380 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการเลือกตั้งทั่วไปของประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 69 ภายหลังการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ทั้งในส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งมีการนับคะแนนแล้วประมาณ 87% พบว่า พรรคภูมิใจไทยได้รับคะแนนเสียงเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยจำนวน 197 ที่นั่ง
จากผลดังกล่าว บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า เบื้องต้นคาดการณ์ว่าพรรคภูมิใจไทยมีแนวโน้มเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้คาดว่าจะได้รับการสนับสนุนจากพรรคกล้าธรรม ส่งผลให้คะแนนเสียงรวมของทั้งสองพรรคมีโอกาสเกิน 250 เสียง
ขณะเดียวกัน “พรรคประชาชน” ได้ออกแถลงการณ์ยอมรับผลการเลือกตั้ง และแสดงจุดยืนพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน หากพรรคภูมิใจไทยสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ
ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่า ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มตอบรับเชิงบวก จากความเป็นไปได้ในการจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างรวดเร็วและมีเสถียรภาพ โดยประเมินแนวต้านของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ในวันถัดไปไว้ที่ระดับ 1,375–1,380 จุด
สำหรับกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการจัดตั้งรัฐบาลโดยพรรคภูมิใจไทย ประกอบด้วย
กลุ่มการเงิน ได้แก่ MTC, KTC, SAWAD
กลุ่มการบริโภคในประเทศ ได้แก่ CPAXT, MOSHI, CBG, OSP, CPALL
กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ได้แก่ WHA, AMATA
กลุ่มก่อสร้าง ได้แก่ STECON, CK, UNIQ
กลุ่มธนาคาร ได้แก่ KTB, KBANK, KKP, TISCO
กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ SPALI, AP, SIRI, SC
กลุ่มท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ได้แก่ CENTEL, ERW, BA, CPN
