“ศุภจี” ถก Food Security ดันการค้าไทย-สิงคโปร์ 3 เดือนพุ่ง 6.72 พันล้านเหรียญ

“ศุภจี” หารือ “รัฐมนตรีสิงคโปร์” ในเวทีเอเปก เดินหน้ายกระดับความร่วมมือด้าน Food Security ดันส่งออกข้าว-สินค้าเกษตร พร้อมเร่งประชุม STEER ภายในปีนี้ หลังมูลค่าการค้า 3 เดือนแรกแตะ 6,716 ล้านดอลลาร์


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พบหารือกับ นางสาวเกรซ ฟู ไห่ เหยียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมของสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ในห้วงการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปก (APEC Ministers Responsible for Trade: MRT) ณ เมืองซูโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อหารือความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหาร การค้าพหุภาคี และการขยายโอกาสทางการค้าการลงทุนระหว่างกัน

นางศุภจี เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความเห็นต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าโลกที่ยังมีความผันผวน พร้อมเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า โดยเฉพาะประเด็นความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) และการสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค

ฝ่ายไทยเสนอให้ขยายความร่วมมือจากรูปแบบการซื้อขายทั่วไป ไปสู่ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้าน “ความมั่นคงทางอาหาร” ในช่วงวิกฤติ ทั้งในด้านปริมาณสินค้าและเสถียรภาพด้านราคา โดยผลักดัน “ข้าว” เป็นสินค้าเริ่มต้นสำคัญ พร้อมขยายความร่วมมือไปยังสินค้าเกษตรและอาหารอื่น เช่น ไข่ไก่ เนื้อสัตว์ อาหารกระป๋อง วัตถุดิบอาหารทะเล และสินค้าเกษตรสำคัญอื่น

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นว่า กลุ่มสินค้าเน่าเสียง่าย (Perishable Goods) จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือด้านโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานอย่างใกล้ชิด โดยไทยเสนอให้มีการจัด Workshop ระดับเทคนิคระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือที่สามารถปฏิบัติได้จริงในอนาคต ขณะที่สิงคโปร์มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งไทยมองว่าสามารถต่อยอดเป็นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกันได้

พร้อมกันนี้ ไทยยังผลักดันให้มีการประชุม Singapore-Thailand Enhanced Economic Relationship (STEER) ภายในปี 2569 จากเดิมที่มีกำหนดจัดในปี 2570 เพื่อเร่งติดตามความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าให้ทันต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

นางศุภจี กล่าวว่า สิงคโปร์ยังเชิญไทยเข้าร่วมกรอบความร่วมมือพหุภาคี Future of Investment and Trade Partnership (FITP) ซึ่งมีสมาชิกมากกว่า 16 ประเทศ เพื่อเสริมความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุปทาน การค้าดิจิทัล และนวัตกรรม ท่ามกลางความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์โลก รวมถึงเชิญไทยเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีของกรอบ FITP ในเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ประเทศนิวซีแลนด์

ทั้งนี้ ไทยได้ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อกรอบความร่วมมือดังกล่าว แต่ยังต้องผ่านกระบวนการพิจารณาภายในประเทศก่อนตัดสินใจเข้าร่วมอย่างเป็นทางการ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่า ความร่วมมือระดับภูมิภาค โดยเฉพาะในกรอบอาเซียน จะมีบทบาทสำคัญในการรับมือวิกฤติด้านอาหาร พลังงาน และความผันผวนทางเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป

สำหรับสิงคโปร์ ถือเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของไทยในอาเซียน และอันดับ 9 ของโลก โดยปี 2568 การค้าระหว่างสองประเทศมีมูลค่ารวม 19,658.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.75% จากปีก่อน

ขณะที่ช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-มีนาคม) มูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ 6,716.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกมูลค่า 4,482.01 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 86.33% และนำเข้ามูลค่า 2,234.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 31.67%

สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปสิงคโปร์ ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป สินค้าอุตสาหกรรมอื่น และแผงวงจรไฟฟ้า ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญจากสิงคโปร์ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ เคมีภัณฑ์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช รวมถึงแผงวงจรไฟฟ้า

Back to top button