KBANK มองกรอบ “เงินบาท” สัปดาห์หน้า 32.20-33.00 บ. จับตาส่งออกไทย-PCE สหรัฐฯ

KBANK ประเมินกรอบเงินบาทสัปดาห์(25-29 พ.ค.69) ที่ระดับ 32.20-33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยตลาดรอติดตามตัวเลขส่งออกไทย ดุลบัญชีเดินสะพัด ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ และเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 25-29 พฤษภาคม 2569 ไว้ที่ระดับ 32.20-33.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการส่งออกและดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนเมษายนของไทย ทิศทางเงินทุนต่างชาติ หรือฟันด์โฟลว์ ความคืบหน้าของดีลข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รวมถึงดัชนีราคา PCE และ Core PCE เดือนเมษายน ตลอดจนรายงานผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ไตรมาส 1/2569 ขั้นประมาณการเบื้องต้นของสหรัฐฯ

สำหรับความเคลื่อนไหวของเงินบาทในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด ขณะที่ตลาดรอติดตามความคืบหน้าของดีลข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 32.78 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงต้นสัปดาห์ สอดคล้องกับการอ่อนค่าของสกุลเงินเอเชีย และการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลก หลังตลาดกลับมาให้น้ำหนักกับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน ตัวเลข GDP ไตรมาส 1/2569 ของไทยที่ออกมาดีกว่าคาด ยังไม่ได้ส่งผลต่อทิศทางค่าเงินบาทมากนัก ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนระหว่างสัปดาห์จากการปรับตัวสูงขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หรือบอนด์ยีลด์ ท่ามกลางการประเมินโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด อาจกลับมาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อสกัดความเสี่ยงเงินเฟ้อจากผลกระทบของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เคลื่อนไหวอยู่ในระดับสูง

อย่างไรก็ตาม เงินบาทลดช่วงอ่อนค่าและฟื้นตัวกลับมาได้เป็นระยะในช่วงระหว่างสัปดาห์ ตามจังหวะการย่อตัวของราคาน้ำมัน หลังตลาดมีความหวังมากขึ้นต่อดีลการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยมีรายงานว่า การเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายกำลังอยู่ในขั้นตอนสำคัญ ขณะที่ทางการอิหร่านระบุว่า อิหร่านและสหรัฐฯ ยังคงมีการหารือกันอย่างต่อเนื่อง โดยมีปากีสถานเป็นตัวกลาง

ทั้งนี้ KBank ระบุว่า แนวโน้มเงินบาทในสัปดาห์ถัดไปยังมีโอกาสเคลื่อนไหวผันผวนตามปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะทิศทางเงินดอลลาร์สหรัฐ ราคาน้ำมันในตลาดโลก สถานการณ์ตะวันออกกลาง และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะมีผลต่อมุมมองของตลาดต่อทิศทางนโยบายการเงินของเฟด ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังต้องติดตามตัวเลขการส่งออก ดุลบัญชีเดินสะพัด และกระแสเงินทุนต่างชาติในตลาดการเงินไทยอย่างใกล้ชิด

Back to top button