“พาณิชย์” กางแผนชงใช้เงิน พ.ร.ก.กู้ 4 แสนลบ. เล็งดันแปรรูปผลไม้-ต่อปุ๋ยธงเขียว

รองนายกฯ “ศุภจี” เผย พาณิชย์เร่งรวบรวมโครงการเสนอใช้งบ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เน้นดูแลคนตัวเล็ก-เกษตรกร เล็งดันแปรรูปผลไม้เพิ่มมูลค่า ยืดอายุสินค้า พร้อมพิจารณาเดินหน้า “ปุ๋ยธงเขียว” ต่อหลังงบเดิมสิ้นสุดเดือนสิงหาคม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ว่า ภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน วงเงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ จะเน้นดูแล “คนตัวเล็ก” และเกษตรกร โดยจะมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลค่าครองชีพและภาคเกษตรกรรม

โดยจะเน้นกิจกรรมในส่วน “กลางน้ำ” โดยเฉพาะการแปรรูปสินค้าเกษตร เนื่องจากปัจจุบันผลผลิตทางการเกษตรของไทยยังมีการแปรรูปในสัดส่วนไม่มาก แม้ว่าสินค้าเกษตรหลายประเภท โดยเฉพาะผลไม้ จะสร้างรายได้ในระดับสูง

นางศุภจี กล่าวว่า ปัจจุบันผลไม้ไทย โดยเฉพาะทุเรียน มีมูลค่าการส่งออกจำนวนมาก แต่สินค้าส่งออกกว่า 90% ยังเป็นผลสด ซึ่งมีข้อจำกัดด้านอายุสินค้าและผลผลิตตามฤดูกาล ดังนั้น หากมีการแปรรูปเพิ่มขึ้น จะช่วยยืดอายุสินค้า เพิ่มมูลค่า และช่วยดูดซับผลผลิตได้มากขึ้น ทั้งนี้ ยังสามารถใช้งบกลางเข้ามาสนับสนุนได้ด้วย

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ อยู่ระหว่างเก็บข้อมูลเตรียมพิจารณาดำเนินโครงการ “ปุ๋ยธงเขียว” ต่อเนื่อง หลังจากโครงการปัจจุบันได้รับงบประมาณตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติไว้ถึงเดือนสิงหาคม 2569 โดยมองว่า เป็นอีกมาตรการที่ช่วยลดภาระต้นทุนให้เกษตรกร

นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานรวบรวมโครงการเร่งด่วน โดยขณะนี้กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล ทั้งในส่วนภาคประชาชนและภาคเกษตรกร เพื่อจัดทำรายละเอียดโครงการต่อไป

ส่วนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ฝ่ายค้านที่ยื่นขอให้วินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญและวินัยการเงินการคลังหรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า ไม่ได้มีความกังวล เนื่องจากรัฐบาลมองว่าเศรษฐกิจมีความเสี่ยงและจำเป็นต้องเร่งดำเนินมาตรการเชิงป้องกัน

“เรารู้แล้วว่าพายุเกิดขึ้นแล้ว ตอนนี้อาจจะเห็นว่า GDP ประเทศดี แต่จริง ๆ แล้ว ในไตรมาส 4 ปี 2568 GDP ถูกประมาณการไว้เพียง 0.3% รัฐบาลพยายามทำกิจกรรมทุกอย่าง อาทิ นโยบาย Quick Big Win ของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เป็นฟันเฟืองเล็ก ๆ ที่ช่วยกันผลักดันเต็มที่ จน GDP ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2.5% ในไตรมาส 4 ปี 2568” นางศุภจี กล่าว

นางศุภจี กล่าวว่า ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การส่งออกไทยยังขยายตัวได้ดีเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในเดือนมีนาคมยังไม่ได้เกิดขึ้นเต็มรูปแบบ ดังนั้น หากรัฐบาลหยุดดำเนินมาตรการต่าง ๆ อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป

“หากเราหยุดและไม่ทำอะไร มันอาจหมุนกลับมาอีก และจะไม่สามารถพยุงกลับขึ้นมาได้ เราพยายามแก้ปัญหาก่อนที่จะเกิด เพราะหากป้องกันได้ล่วงหน้า ก็จะช่วยลดความเสียหายและลดภาระการใช้งบประมาณในระยะยาวได้ด้วย” นางศุภจี กล่าวปิดท้าย

Back to top button