
ทุเรียนไทยฟีเวอร์! จีนแห่ช้อปออนไลน์รับ “ตรุษจีน” ดันยอดนำเข้าทะลุ 7.49 พันล้านดอลล์
ทุเรียนไทยและผลไม้อาเซียนบุกตลาดจีนช่วงตรุษจีนคึกคัก ปี 68 จีนนำเข้าทุเรียนพุ่ง 1.86 ล้านตัน มูลค่า 7.49 พันล้านดอลล์ รับแรงหนุนอีคอมเมิร์ซและระบบขนส่งด่านโหย่วอี้กวนที่รวดเร็วขึ้น
สำนักข่าวซินหัว รายงานบรรยากาศการค้าขายผลไม้ในช่วงใกล้เทศกาลตรุษจีน ณ เมืองหนานหนิง ประเทศจีน ว่า ตลาดผลไม้ในเมืองผิงเสียง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน กำลังมีความคึกคักอย่างมาก โดยนางหวงชุนเหลียน ผู้ประกอบการร้านจำหน่ายผลไม้และสินค้าจากอาเซียน เปิดเผยว่า ตนกำลังเร่งบริหารจัดการคำสั่งซื้อทั้งจากลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ เพื่อเร่งจัดส่งสินค้าให้ทันก่อนที่บริการขนส่งจะหยุดทำการในช่วงวันหยุดยาว
โดยพบว่าผลไม้จากอาเซียน โดยเฉพาะทุเรียนหมอนทองและส้มโอของไทย กลายเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริโภค ระบบโลจิสติกส์ข้ามพรมแดนที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น รวมถึงแรงกระตุ้นจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและการจัดจำหน่ายผ่านการไลฟ์สตรีมมิง
ข้อมูลจากฝ่ายธุรกิจผลไม้ สังกัดหอการค้าสินค้าอาหารและผลผลิตพื้นเมืองแห่งประเทศจีน ระบุว่า จีนยังคงเป็นหนึ่งในตลาดผู้บริโภคผลไม้ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยในปี 2568 มูลค่าการนำเข้าและส่งออกผลไม้รวมของจีนสูงถึง 2.52 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8.06 แสนล้านบาท) แบ่งเป็นการนำเข้ามูลค่า 1.89 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.04 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7 และมีปริมาณการนำเข้าอยู่ที่ 9.032 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.5 ที่น่าสนใจคือ “ทุเรียนสด” มียอดการนำเข้าสูงถึง 1.868 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.7 คิดเป็นมูลค่า 7.49 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.39 แสนล้านบาท) เติบโตขึ้นร้อยละ 7.1 โดยมีประเทศไทยและเวียดนามเป็นแหล่งส่งออกหลัก
โดยพฤติกรรมการบริโภคผลไม้อาเซียนในช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีนมีการขยายตัวอย่างชัดเจน ทั้งจากความต้องการผลไม้นำเข้าและการจับจ่ายใช้สอยที่พุ่งสูงขึ้น นางหลี่หลาน ชาวเมืองหนานหนิง สะท้อนมุมมองผู้บริโภคว่า ผลไม้กลายเป็นสินค้าจำเป็นสำหรับเทศกาลตรุษจีน โดยนิยมซื้อส้มโอไทยเพื่อรับประทานและเป็นของขวัญ ปัจจุบันการซื้อขายผ่านกลุ่มแชทและไลฟ์สตรีมมิงช่วยอำนวยความสะดวกอย่างมาก ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบคุณภาพและแหล่งที่มาผ่านคลิปวิดีโอ เปรียบเทียบราคาได้ง่าย และรอรับสินค้าที่บ้าน ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
ด้านการขนส่ง ด่านโหย่วอี้กวนในเขตปกครองตนเองกว่างซี ซึ่งมีพรมแดนติดกับเวียดนาม ถือเป็นช่องทางยุทธศาสตร์สำคัญ ศุลกากรโหย่วอี้กวนรายงานว่า ในปี 2568 มีการนำเข้าผลิตภัณฑ์การเกษตรผ่านด่านนี้มูลค่าสูงถึง 2.59 หมื่นล้านหยวน (ประมาณ 1.16 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.3 โดยเป็นการนำเข้าผลไม้ถึง 2.45 หมื่นล้านหยวน (ประมาณ 1.1 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.5 สำหรับทุเรียนมีการนำเข้า 7.87 แสนตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 34.3 มูลค่า 2.2 หมื่นล้านหยวน (ประมาณ 9.9 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.6 ขณะที่การนำเข้าขนุนมีมูลค่า 1.07 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.9 เมื่อเทียบรายปี
ความต้องการที่เติบโตอย่างต่อเนื่องส่งผลให้การบริหารจัดการโลจิสติกส์ตามด่านชายแดนจีน-เวียดนาม เช่น เมืองผิงเสียงและอำเภอหนิงหมิง ต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับปริมาณสินค้า โดยเฉพาะผลไม้สดอย่างทุเรียนและมังคุด ที่ต้องใช้ช่องทางพิธีการศุลกากรแบบเร่งด่วน ล่าสุดด่านโหย่วอี้กวนได้นำระบบพิธีการศุลกากรแบบเร่งด่วนเวอร์ชัน 3.0 มาใช้สำหรับรถบรรทุกต่างประเทศ ทำให้ระยะเวลาตรวจสอบลดลงเหลือเพียงราว 15 วินาทีต่อคัน เพิ่มประสิทธิภาพได้ถึงร้อยละ 75 พร้อมระบบสำแดงสินค้าแบบไร้เอกสาร (Paperless) ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่บริษัทขนส่งสามารถกระจายสินค้าสู่ตลาดทั่วจีนได้อย่างรวดเร็ว
(ภาพประกอบ: เจ้าหน้าที่ศุลกากรด่านโหย่วอี้กวนตรวจสอบทุเรียนนำเข้า และขบวนรถบรรทุกสินค้า ณ ด่านชายแดน – แฟ้มภาพซินหัว)

