
VGI สื่อดิจิทัลลด-ต้นทุนเพิ่ม กดกำไรปี 68 หด 73% เหลือ 83 ล้านบาท
VGI รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2568/69 อยู่ที่ 83.23 ล้านบาท ลดลง 72.96% จากปีก่อน หลังรายได้จากการให้บริการและการขายหดตัว โดยเฉพาะธุรกิจสื่อโฆษณาที่ได้รับผลกระทบ ขณะที่ธุรกิจดิจิทัลและจัดจำหน่ายชะลอตัว ด้านต้นทุนต่อรายได้และค่าใช้จ่ายการขายปรับเพิ่ม ส่งผลให้กำไรปรับตัวลดลง
บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

บริษัทรายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ปี 2568/69 มีกำไรสุทธิ 83.23 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 72.96 เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 307.75 ล้านบาท สาเหตุมาจากรายได้จากการให้บริการและการขายลดลง
ไตรมาส 3 ปี 2568/69 บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการและการขายอยู่ที่ 1,284 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 11.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยธุรกิจสื่อโฆษณา ธุรกิจบริการด้านดิจิทัล และธุรกิจการจัดจำหน่าย มีสัดส่วนรายได้คิดเป็นร้อยละ 44.2 ร้อยละ 33.5 และร้อยละ 22.3 ของรายได้จากการให้บริการและการขาย ตามลำดับ
ธุรกิจสื่อโฆษณามีรายได้อยู่ที่ 567 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 20.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของรายได้สื่อโฆษณาบริเวณตอม่อสถานีรถไฟฟ้า อย่างไรก็ดี การปรับตัวลดลงดังกล่าวได้รับการชดเชยบางส่วนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้สื่อโฆษณาในระบบขนส่งมวลชน และรายได้จากสื่อโฆษณาในอาคารสำนักงาน ซึ่งสื่อทั้งสองประเภทเติบโตร้อยละ 4.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และร้อยละ 15.2 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อีกทั้งอัตราการใช้สื่อ (Utilization Rate) ซึ่งไม่รวมสื่อโฆษณาบริเวณตอม่อสถานีรถไฟฟ้า อยู่ที่ร้อยละ 56.3 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 54.1 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากร้อยละ 48.9 ในไตรมาสก่อนหน้า
ธุรกิจบริการด้านดิจิทัลมีรายได้จำนวน 430 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 3.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของรายได้จากการบริหารโครงการ อย่างไรก็ตาม การลดลงดังกล่าวได้รับการชดเชยบางส่วนจากรายได้ดอกเบี้ยรับที่เพิ่มขึ้น ตามการปล่อยสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นของ RCash และรายได้จาก Lead Generation ของธุรกิจนายหน้าขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของ RCare ที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่ธุรกิจการจัดจำหน่ายมีรายได้อยู่ที่ 287 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้ของ Turtle ที่ลดลงจากธุรกิจค้าปลีก รวมถึงธุรกิจสิ่งพิมพ์และหนังสือ อย่างไรก็ดี การปรับตัวลดลงดังกล่าวได้รับการชดเชยจากรายได้ของ Fanslink ที่เพิ่มขึ้น จากการจำหน่ายสินค้าทั้งแบรนด์ของ Fanslink และแบรนด์อื่น
ต้นทุนในการให้บริการและการขายอยู่ที่ 821 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับรายได้จากการดำเนินงานที่ลดลงในทุกหน่วยธุรกิจ ส่งผลให้อัตราต้นทุนต่อรายได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 64.0 จากร้อยละ 61.0 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 36.0 จากร้อยละ 39.0 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
รายได้อื่นอยู่ที่ 117 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 36.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการเปลี่ยนแปลงวิธีการรับรู้รายได้จากเงินลงทุนใน PlanB จากเดิมที่บันทึกเงินปันผลรับในรายได้อื่น มาเป็นการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า ภายหลังการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนจากสินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียนอื่นเป็นเงินลงทุนในบริษัทร่วม ตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2568/69
ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารอยู่ที่ 558 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายทางการตลาดในกลุ่มแรบบิท และค่าใช้จ่ายบริหารการขายสื่อโฆษณา ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้อยู่ที่ร้อยละ 43.5 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 35.7 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลงจากร้อยละ 48.9 ในไตรมาสก่อนหน้า
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าและบริษัทร่วมอยู่ที่ 70 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 32.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) อย่างไรก็ดี การลดลงดังกล่าวได้รับการชดเชยบางส่วนจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนใน PlanB

