โอกาสทองพลิกเศรษฐกิจ

โลกอยู่ไม่สุขนับแต่ทรัมป์ก่อสงคราม ในแต่ละวัน ตื่นเช้ามาก็ต้องเฝ้าติดตามข่าวสารสงคราม ตลาดหุ้น ราคาทอง ราคาน้ำมัน


โลกอยู่ไม่สุขนับแต่ทรัมป์ก่อสงคราม ในแต่ละวัน ตื่นเช้ามาก็ต้องเฝ้าติดตามข่าวสารสงคราม ตลาดหุ้น ราคาทอง ราคาน้ำมัน อันพอจะถือเป็นดัชนีชี้วัดระดับสถานการณ์ได้ระดับหนึ่ง หากรุนแรงก็หดหู่ แต่หากผ่อนคลาย ก็ค่อยสบายใจขึ้น สภาพจิตใจไม่เป็นปกติสุขเอาเสียเลย

ท่ามกลางข่าวร้าย ก็ยังมีข่าวดี!

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ BOI แจ้งข่าวดีว่าในช่วงไตรมาส 1 ของปีนี้ มีการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนจำนวน 624 โครงการ มูลค่าเงินลทุน 1,016,962 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

หากเกิดการ “ลงทุนจริง” ก็จะส่งผลพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้อย่างแน่นอน ยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น

ตามหลัก “ตัวทวีคูณทางเศรษฐกิจ” หรือ “มัลติพลายเออร์ เอฟเฟกต์” ของชาวเคนเชียนส์ เงินลงทุนแสนแสนล้านล้านบาทเพิ่ม 1 หน่วย สามารถสร้างรายได้เพิ่มได้มากกว่า 1 ซึ่งอาจจะเป็น 2-3-4 หรือ 5 เท่าก็ได้ ขึ้นอยู่กับจำนวนรอบของการใช้จ่าย ยิ่งมากรอบก็ยิ่งดี

อาทิเช่นรัฐลงทุนสร้างถนน 1,000 ล้านบาท ผู้รับเหมาเอาเงินไปจ้างแรงงาน ซื้อวัสดุ คนงานนำเงินไปซื้อสินค้า และร้านค้าก็มีรายได้เพิ่ม แล้วจ้างงานเพิ่มต่อ ยิ่งใช้วัตถุดิบ แรงงาน และธุรกิจในประเทศ และยิ่งมีห่วงโซ่อุปทานหลายระดับ เงินก็ยิ่งหมุนเวียนหลายรอบ

เงิน 1 พันล้านบาท อาจจะทวีคูณกลายเป็น 5 พันล้านบาทไปเลย ดังเช่นการลงทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐานหรือการท่องเที่ยว

กรณีคำขอ BOI มูลค่าลงทุน 1 ล้านล้านบาท หากมีการลงทุนเกิดขึ้นจริง ย่อมมีการจ้างงาน คนงานมีเงินไปซื้อสินค้าและบริการ ผู้รับเหมาเอาเงินไปซื้อวัสดุอุปกรณ์ เงินก็หมุนเข้าสู่โรงงาน โรงงานก็เอาเงินไปจ้างคนงาน เกิดการจับจ่ายใช้สอยขึ้นอีก

เงิน 1 ล้านล้านบาทย่อมจะหมุนไป อาจจะทวีคูณเป็น 2 เท่า ก็จะกลายเป็น 2 ล้านล้านบาท หรือหมุน 3 รอบก็จะกลายเป็น 3 ล้านล้านบาท ย่อมส่งผลกระทบต่อ GDP ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศได้อย่างแน่นอน

ยิ่งมามองไส้ในของคำขอ BOI 1 ล้านล้านบาท มีกลุ่มที่ขอการลงทุนสูงสุดในกลุ่มดิจิทัลและ AI เช่น ดาต้า เซ็นเตอร์ และคลาวด์เซอร์วิส คิดเป็นเงินลงทุนทั้งสิ้นกว่า 9.1 แสนล้านบาทเลยทีเดียว

นี่แหละคือเศรษฐกิจดิจิทัล ที่ประเทศชาติขาดแคลนและมีความจำเป็นต้องสร้างขึ้นมา เพื่อความอยู่รอด และเป็นการสร้างพื้นฐานรองรับการเจริญเติบโตในอนาคตอีกด้วย

คำขอส่งเสริมการลงทุนตั้ง 1 ล้านล้านบาท เปรียบเหมือนมีคนเอาเงินพร้อมลงทุนมากองไว้หน้าบ้าน เหลือแต่ความสามารถเจ้าของบ้าน จะนำเงินเข้าบ้านไปใช้จ่ายอย่างไรเท่านั้น

แค่นี้มีหรือไม่?

ในทางปฏิบัติที่ผ่านมาคำขอส่งเสริมการลงทุนมักจะติดขัดเกิดความล่าช้าทั้งอุปสรรคจากข้อกฎหมาย และขั้นตอนในการขออนุญาตหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่ากรมที่ดิน กรมโรงงาน การนิคมอุตสาหกรรม หรือหน่วยงานสาธารณูปโภคทั้งหลาย

นอกจากนั้น ก็อาจจะมีปัญหาเรื่อง “เงินใต้โต๊ะ” ด้วย

แต่ห้วงเวลานี้ ประเทศชาติประสบปัญหาความขัดสนยากไร้ไปทั่วแผ่นดิน ติดกับดักประเทศที่มีความเจริญเติบโตต่ำ และสูญเสียความสามารถทางการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านมานานหลายปีแล้ว

เงินลงทุนจากภาคเอกชน 1 ล้านล้านบาท โดยไม่ใช้เงินรัฐสักแดงเดียวนั้นมีความหมาย หากจะติดขัดเรื่องข้อจำกัดการลงทุนของต่างชาติ ก็จำเป็นต้องทะลายกำแพงนี้เพื่อกู้วิกฤตชาติ

Back to top button