
BCP ตั้งโฮลดิ้งฮ่องกง! พร้อมทุ่ม 270 ล้านดอลลาร์ เทกโอเวอร์ CHK รุกค้าปลีกน้ำมัน
BCP ตั้งบริษัทย่อย BHK Holding ที่ฮ่องกง พร้อมเข้าซื้อ Chevron Hong Kong สัดส่วน 100% มูลค่า 270 ล้านดอลลาร์ เสริมพอร์ตค้าปลีกน้ำมัน อุตสาหกรรม และเรือเดินสมุทร
บริษัท บางจากคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ขอเรียนแจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 15/2568 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 และครั้งที่ 3/2569 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติอนุมัติการจัดตั้งบริษัทย่อย ได้แก่ Bangchak Hong Kong Holding Limited (BHK Holding) ที่ฮ่องกง โดยบริษัทจะถือหุ้นในสัตส่วนร้อยละ 100 ใน BHK Holding และอนุมัติการลงทุน โดยให้ BHK Holding เข้าซื้อหุ้นใน Chevron Hong Kong Limited (CHK) จาก Chevron Companies (Greater China) Limited (ผู้ขาย) ในสัดส่วนร้อยละ 100 ของหุ้นทั้งหมดของ CHK (หุ้นที่ซื้อขาย) ซึ่ง CHK ดำเนินธุรกิจค้าปลีกน้ำมันผ่านสถานีบริการ ธุรกิจน้ำมันภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจน้ำมันเรือเดินสมุทร
โดยบริษัทได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นกับผู้ชาย เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 (สัญญาซื้อขายหุ้น) และตกลงราคาซื้อขายหุ้นที่ซื้อขายเบื้องตัน เป็นจำนวน 270,000,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
ทั้งนี้ ราคาซื้อขายหุ้นที่ซื้อขายสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและการปรับราตาตามที่กำหนดไว้ในสัญญาซื้อขายหุ้น (ธุรกรรมการซื้อขายหุ้น) ทั้งนี้ ภายหลังจากการรับโอนหุ้นที่ซื้อขาย บริษัทจะดำเนินการเปลี่ยนชื่อ CHK เป็น “Bangchak Hong Kong Limited” (BHK) โดยภายหลังจากที่ทำธุรกรรมเสร็จสิ้น BHK Holdiding และ BHK จะมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัทธุรกรรมการซื้อขายหุ้นดังกล่าวข้างต้น เข้าข่ายเป็นรายการการได้มาซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทตามประกาศ
คณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 20/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์ในการทำรายการที่มีนัยสำคัญเข้าข่ายเป็นรายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ และประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ พ.ศ. 2547 (ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม) (รวมเรียกว่า “ประกาศการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์”) ซึ่งเมื่อพิจารณาขนาดของรายการธุรกรรมการซื้อขายหุ้นด้วยวิธีคำนวณตามเกณฑ์ต่างๆ ภายใต้ประกาศรายการได้มาหรือจำหน่ายไปแล้ว
โดยพบว่าธุรกรรมการซื้อขายหุ้นมีขนาดรายการสูงสุดประมาณร้อยละ 36.796 เมื่อเทียบกับเกณฑ์กำไรสุทธิ โดยขนาดรายการดังกล่าวเท่ากับหรือสูงกว่าร้อยละ 15 แต่ต่ำกว่าร้อยละ 50 บริษัทจึงมีหน้าที่รายงานและเปิดเผยสารสนเทศเกี่ยวกับการเข้าทำรายการดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (‘ตลาดหลักทรัพย์ฯ’) และจัดส่งหนังสือเวียนแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบภายใน 21 วันนับจากวันที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ตามที่ประกาศการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์กำหนด
