
BCP เดินเครื่องผลิต SAF เชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ ดันไทยสู่ห่วงโซ่เชื้อเพลิงการบินคาร์บอนต่ำ
BCP เดินเครื่องหน่วยผลิต SAF เชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ พร้อมสร้างระบบนิเวศน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วครบวงจร แปรรูปสู่เชื้อเพลิงการบินยั่งยืนและดีเซลชีวภาพ เตรียมส่งออก SAF ให้ผู้ซื้อระดับโลกครั้งแรก 19 พ.ค.นี้ ตอกย้ำบทบาทไทยในห่วงโซ่เชื้อเพลิงการบินคาร์บอนต่ำระดับสากล
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP เปิดเผยว่า หน่วยผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ SAF ของกลุ่มบริษัทบางจาก ซึ่งได้รับความสนใจจากหลายภาคส่วนมาอย่างต่อเนื่อง ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ และเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบแล้ว
ทั้งนี้ หน่วยผลิตดังกล่าวเกิดจากการบุกเบิกและพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งระบบ จนสามารถยกระดับสู่โรงงานที่มีมาตรฐานระดับสากล เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงการบินคาร์บอนต่ำแห่งอนาคต และเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจที่มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ของกลุ่มบริษัทบางจาก
นอกเหนือจากการลงทุนก่อสร้างหน่วยผลิต SAF แล้ว กลุ่มบริษัทบางจากยังได้เดินหน้าสร้างระบบนิเวศด้านน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว หรือ Used Cooking Oil (UCO) อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการรวบรวม การจัดการวัตถุดิบ ไปจนถึงการแปรรูปเป็น SAF และ Renewable Diesel หรือ Hydrogenated Vegetable Oil (HVO) ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงดีเซลชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนบทบาทของบางจากในการสนับสนุนทั้งความมั่นคงทางพลังงาน และความยั่งยืนด้านพลังงาน แม้ในปัจจุบันหลายประเทศยังไม่ได้กำหนดนโยบายสนับสนุนการใช้ SAF อย่างชัดเจน
นายชัยวัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มบริษัทบางจากเตรียมส่งออก SAF ให้แก่ผู้ซื้อระดับโลกเป็นครั้งแรกในวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานเชื้อเพลิงการบินยุคใหม่ในระดับสากล ทั้งในด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ มาตรฐานการรับรอง และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง
ความสำเร็จครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของกลุ่มบริษัทบางจากในการต่อยอดบทบาทจากผู้บุกเบิกพลังงานทดแทนของไทย สู่การเป็นผู้นำพลังงานแห่งอนาคต พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำระดับโลกด้าน Greenovation ภายใต้วิสัยทัศน์ “รังสรรค์โลกยั่งยืนด้วยนวัตกรรมสีเขียว”

