
MINT โชว์กำไรปี 68 โต 16% ทะลุ 9 พันล้าน รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น-ดอกเบี้ยลด
MINT โชว์ผลงานปี 68 แกร่ง กำไรสุทธิพุ่ง 16% แตะ 9 พันล้านบาท รับแรงหนุนธุรกิจโรงแรมยุโรป-มัลดีฟส์ฟื้นตัว และต้นทุนดอกเบี้ยลดลง ด้านไตรมาส 4/68 ทำกำไรนิวไฮ 3.47 พันล้านบาท
บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT รายงานผลการดำเนินงานงวดปี 2568 มีกำไรสุทธิ ดังนี้
โดยบริษัทฯ มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) อยู่ที่ 9,700 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมในภูมิภาคยุโรป ออสเตรเลีย และมัลดีฟส์ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง อย่างไรก็ตาม หากรวมรายการพิเศษและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรสุทธิตามงบการเงินจะอยู่ที่ 2,953 ล้านบาท ในไตรมาส 4/68 และทรงตัวในระดับสูงสำหรับทั้งปี
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 4 ปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 43,849 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยธุรกิจโรงแรมได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ที่แข็งแกร่งในตลาดหลัก และการรับรู้รายได้จากโรงแรมเปิดใหม่ ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารได้รับผลดีจากการฟื้นตัวในประเทศจีน และการขยายสาขาในสิงคโปร์ ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (Core EBITDA) ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 12,015 ล้านบาท เติบโต 10% และมีอัตรากำไร (EBITDA Margin) เพิ่มขึ้นเป็น 27.4%
ส่วนของภาพรวมรายได้จากการดำเนินงานตลอดทั้งปี 2568 อยู่ที่ 165,513 ล้านบาท ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในต่างประเทศ แต่หากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน รายได้จะเติบโตขึ้น 3% สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอธุรกิจที่มีความหลากหลายและการดำเนินกลยุทธ์ที่เน้นศูนย์กลางแต่ละประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ “ไมเนอร์ โฮเทลส์” ยังคงเป็นธุรกิจเรือธงที่สร้างรายได้หลักให้กับบริษัทฯ โดยมีสัดส่วนคิดเป็น 73% ของกำไรจากการดำเนินงานรวมในปี 2568 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการทำกำไรที่โดดเด่น แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยภายนอก อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4/68 มีการบันทึกรายการพิเศษทางบัญชีจากการด้อยค่าสินทรัพย์โรงแรมในเยอรมนีและผลขาดทุนทางบัญชีจากอนุพันธ์ ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงเป็นเงินสด (Non-cash items) ทำให้กำไรสุทธิตามงบการเงินในไตรมาสนี้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ไม่กระทบต่อกระแสเงินสดและการดำเนินงานหลักของบริษัทฯ


