“สุเชษฐ์” มอง SET แกว่งกรอบ 1,536-1,570 จุด ชู 5 หุ้นเทคนิคเด่น

“สุเชษฐ์ สุขแท้” มองตลาดหุ้นไทยยังแกว่งตัวในกรอบ แนวรับ 1,536 จุด แนวต้าน 1,560-1,570 จุด แนะนักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังหากดัชนีอ่อนตัวต่ำกว่า 1,550 จุด พร้อมชู MINT, AURA, THCOM, CRC และ SCGP หุ้นเด่นเชิงเทคนิค ส่วนกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ยังเป็นตัวนำตลาดแต่ต้องเลือกลงทุนรายตัว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเชษฐ์ สุขแท้ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายมีเดียมาร์เก็ตติ้ง บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด หรือ ASL เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยหลังจากวันทำการก่อนหน้าปรับตัวขึ้นได้ดี โดยมีแรงหนุนหลักจากหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมัน กลุ่มเทคโนโลยี และกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มที่ได้รับแรงหนุนจากกระแสการลงทุนด้านเทคโนโลยีและ AI

สำหรับแนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ บล.เอเอสแอลประเมินแนวรับสำคัญบริเวณ 1,536 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,560 จุด และหากตลาดมีแรงหนุนมากพอ อาจมีโอกาสทดสอบระดับ 1,560- 1,570 จุดได้ อย่างไรก็ตาม หากดัชนีอ่อนตัวลงต่ำกว่า 1,550 จุด นักลงทุนควรเพิ่มความระมัดระวัง และอาจพิจารณาลดความเสี่ยงบางส่วน เนื่องจากหุ้นหลายกลุ่มปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมากในช่วงที่ผ่านมา

ขณะที่ภาพรวมตลาดหุ้นเอเชียในช่วงเช้าวันนี้ ทั้งตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ ฮ่องกง และญี่ปุ่น มีทิศทางอ่อนตัวลง ทำให้ตลาดหุ้นไทยอาจเผชิญแรงขายทำกำไรระยะสั้น และควรใช้กลยุทธ์ตั้งรับมากขึ้น

สำหรับหุ้นที่น่าสนใจในเชิงเทคนิค บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว หลังราคาหุ้นปรับตัวลงมาอยู่บริเวณแนวรับ 21-22 บาท ก่อนขยับขึ้นมาปิดล่าสุดที่ 22.40 บาท โดยให้แนวต้านบริเวณ 23.50 บาท หากผ่านได้จะเป็นสัญญาณบวกต่อการฟื้นตัวระยะสั้น

ขณะที่ บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ AURA ซึ่งเป็นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจทองคำ มีลักษณะการเคลื่อนไหวแบบเล่นรอบตามราคาทองคำ โดยให้แนวรับที่ 14.70 บาท และแนวต้านที่ 15.60 บาท

ส่วนบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOMหรือ THCOM มองว่าเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวของผลประกอบการ โดยราคาหุ้นปิดล่าสุดอยู่ที่ 11.50 บาท และมีโอกาสขยับขึ้นไปทดสอบบริเวณใกล้ 12 บาท ก่อนลุ้นกรอบเป้าหมายระยะถัดไปที่ 13-15 บาท หากผลประกอบการในงวดถัดไปยังสะท้อนทิศทางฟื้นตัวต่อเนื่อง

ด้านบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เริ่มฟื้นตัวกลับมาได้ค่อนข้างเร็ว หลังราคาหุ้นปรับตัวลงจากระดับ 30 บาท มาอยู่บริเวณ 15-16 บาท ก่อนทยอยฟื้นตัว โดยราคาปิดวานนี้อยู่ที่ 21.10 บาท ให้แนวรับสำคัญที่ 20.50 บาท และแนวต้านที่ 22 บาท โดยมองว่ายังสามารถถือต่อได้ โดยเฉพาะผู้ลงทุนระยะกลางถึงยาว

ขณะที่บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ราคาปิดล่าสุดอยู่ที่ 24.40 บาท โดยมีแนวต้านระยะใกล้บริเวณ 25-25.50 บาท และแนวต้านสำคัญที่ 26 บาท ซึ่งถือเป็นระดับที่แข็งแรง หากราคาสามารถยืนเหนือ 26 บาทได้ จะเป็นสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น อย่างไรก็ตามในระยะสั้นแนะนำให้เล่นรอบด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากตลาดยังมีลักษณะแกว่งตัว

สำหรับหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ นายสุเชษฐ์กล่าวว่า หลังหุ้นในกลุ่มปรับตัวขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะ CCET ที่ติดเกณฑ์ Cash Balance ทำให้ต้องติดตามว่าหุ้นจะสามารถประคองราคาได้หรือไม่ หากราคาสามารถยืนได้หลังติดมาตรการกำกับการซื้อขาย อาจสะท้อนความแข็งแกร่งของกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าว

อย่างไรก็ตามหากพิจารณาเชิงพื้นฐาน หุ้นบางตัวในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ยังมีผลประกอบการที่ไม่โดดเด่นนัก และราคาหุ้นบางส่วนปรับขึ้นเร็วเกินไป จึงต้องเลือกลงทุนเป็นรายตัว โดยมองว่ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ยังมีบทบาทเป็นกลุ่มนำตลาดและสร้างมูลค่าการซื้อขายให้ตลาดหุ้นไทย จากแรงหนุนของกระแส AI และความต้องการสินค้าเทคโนโลยีในตลาดโลก

ทั้งนี้หุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มอย่าง DELTA ยังมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากผลิตภัณฑ์ใหม่และโรงงานใหม่ ซึ่งอาจช่วยผลักดันกำไรในระยะถัดไป และหาก DELTA ปรับตัวขึ้นได้ จะมีโอกาสหนุนหุ้นในกลุ่มเดียวกันให้เคลื่อนไหวตาม

ขณะที่หุ้นอย่าง KCE มีผลประกอบการที่อยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ ส่วน HANA แม้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น แต่ยังไม่ได้รับน้ำหนักเชิงบวกมากนัก เนื่องจากผลประกอบการยังไม่โดดเด่น

นอกจากนี้ยังมองว่ากลุ่มโรงพยาบาลเป็นอีกกลุ่มที่ราคายังไม่ได้ปรับตัวขึ้นมาก โดยเฉพาะบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ซึ่งราคาหุ้นอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ และอาจใช้เวลาเคลื่อนไหวแบบซึมตัวอีกระยะหนึ่ง ก่อนมีโอกาสฟื้นตัวในอนาคต หากปัจจัยพื้นฐานกลับมาสนับสนุนมากขึ้น

Back to top button