ธปท.สยบข้อกังขา GULF ถือหุ้น “KBANK” 9.96% ไม่ถึงเพดาน 10% คุมเข้มเกิน 5%

ธปท.ไขข้อสงสัยดีล GULF ถือหุ้น KBANK ย้ำคำนวณตามเกณฑ์อยู่ที่ 9.96% ยังไม่ถึงเพดาน 10% พร้อมเดินหน้าคุมเข้มผู้ถือหุ้นเกิน 5% สกัดผลประโยชน์ทับซ้อน และยกระดับธรรมาภิบาลอย่างรัดกุม เพื่อความมั่นคงระบบการเงิน


นายสมชาย เลิศลาภวศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงกรณีมีข้อกังวลต่อวัตถุประสงค์การเข้าไปถือหุ้นของ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ในธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ที่ 10.03% ว่า เบื้องต้นเกณฑ์การกำกับของ ธปท.เรื่องถือหุ้นธนาคารพาณิชย์ 10% ได้เริ่มบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2551

แต่การนับสัดส่วนการถือหุ้นตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ ธปท.มีความแตกต่างกัน โดย ก.ล.ต.จะหักหุ้นที่ซื้อคืน (Treasury Stock) ออกจากฐานการคำนวณ ในขณะที่ ธปท.จะคำนวณจากจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ซึ่งทำให้การถือหุ้นของ GULF ใน KBANK ยังไม่ถึง 10% หรืออยู่ที่ 9.96% เท่านั้น

ภายใต้เกณฑ์การกำกับการถือหุ้นของ ธปท.นั้น หากถือหุ้นธนาคารพาณิชย์เกิน 5% นับว่าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ จะต้องรายงาน ธปท. ซึ่งเป็นเกณฑ์การกำกับเชิงรุก รวมถึงชี้แจงวัตถุประสงค์ของการถือหุ้น ตลอดจนแผนการปรับเพิ่มหรือลดสัดส่วนการถือหุ้นมายัง ธปท. ซึ่งที่ผ่านมามา GULF ได้รายงานมายัง ธปท.แล้ว

ขณะเดียวกัน จะต้องพิจารณาเรื่องการมีส่วนได้ส่วนเสีย หรือขัดกันของผลประโยชน์ (Conflict of Interest) นับตั้งแต่มีการถือหุ้นเกิน 5% เช่น การกู้เงินเพิ่ม หรือทำธุรกรรมกับธนาคาร จะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการธนาคารที่เป็นมติเอกฉันท์ โดยธนาคารห้ามปล่อยสินเชื่อเกิน 5% ของเงินกองทุน หรือ 25% ของหนี้สินรวมทั้งหมดของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งถือเป็นเกณฑ์การกำกับเข้มข้น และหากมีการทำธุรกรรมใด ๆ จะต้องพิจารณาเหมือนลูกค้าทั่วไป ห้ามมีข้อยกเว้นหรือให้สิทธิพิเศษที่เหนือกว่าที่ทำปกติไม่ได้ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการเอื้อผลประโยชน์ทับซ้อนของผู้ถือหุ้นใหญ่ และการประเมินความเสี่ยงต่าง ๆ จะต้องรัดกุม

นอกจากนี้ ในเรื่องของธรรมาภิบาล (CG) เป็นสิ่งสำคัญ เพราะในช่วงที่เกิดวิกฤตการเงินในอดีตจะเกิดจากการขาดธรรมาภิบาล ดังนั้นการแต่งตั้งกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ รองกรรมการผู้จัดการ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัด และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการอนุมัติสินเชื่อ หรือผู้ที่มีอำนาจสั่งการ จะต้องมีการรายงาน ธปท.ก่อน

และหากในกรณีถือหุ้นเกิน 10% จะต้องมีการรายงาน ธปท. เพื่อป้องกันการเข้ามามีอำนาจครอบงำกิจการของสถาบันการเงิน ซึ่งหลักเกณฑ์ของ ธปท. อนุญาตให้เกิน 10% ได้เฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นต่อการเพิ่มความมั่นคง หรือศักยภาพของสถาบันการเงินแห่งนั้น หรือการรักษาเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินในภาพรวม หรือยกเว้นกรณีหน่วยงานรัฐที่ถือหุ้น เพื่อรับผลตอบแทนจากการปันผล ไม่ได้มีอำนาจการควบคุมกิจการ

หากมีการถือหุ้นเกิน 5% เรามีเกณฑ์การกำกับเชิงรุกและเข้มข้น โดยมีกระบวนการติดตามดูแลเข้มข้นตามที่กล่าวมา และต้องมีการแจ้งวัตถุประสงค์ในการถือหุ้น ซึ่งเขารายงานเรามาแล้ว ส่วนประเด็นกังวลว่าจะมี Conflict of Interest ไปในเรื่องของการจัดตั้งธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) นั้น มองว่าเกณฑ์การกำกับทั้งธนาคาร และ Virtual Bank มีความเข้มข้น จะต้อง Apply ทำเหมือนกัน แต่จะเห็นว่ากลุ่มเป้าหมายของธุรกิจแตกต่างกัน จึงไม่กระทบ

Back to top button