“หุ้นเอเชีย” เปิดลบ กังวลภาษีทรัมป์-หวั่น AI กระทบบริษัทซอฟต์แวร์

“ตลาดหุ้นเอเชีย” เปิดลบ นักลงทุนกังวลท่าทีขึ้นภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ และความเสี่ยงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กระทบกลุ่มซอฟต์แวร์ ขณะที่จีนคงดอกเบี้ยต่อเนื่อง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (24 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ รวมทั้งความกังวลว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะส่งผลกระทบต่อบริษัทในกลุ่มซอฟต์แวร์

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 56,764.14 จุด ลดลง 61.56 จุด หรือ -0.11%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 26,913.68 จุด ลดลง 168.23 จุด หรือ -0.62% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,129.13 จุด เพิ่มขึ้น 47.06 จุด หรือ +1.15%

ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 1.1% ส่วนดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 0.1%

ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบนทรูธ โซเชียล (Truth Social) เมื่อวานนี้ โดยเตือนว่า เขาจะขึ้นภาษีศุลกากร และใช้มาตรการเข้มงวดกับประเทศที่พยายามเอาเปรียบสหรัฐฯ

“ประเทศใดก็ตามที่ต้องการจะ ‘เล่นเกม’ กับคำตัดสินที่ไร้สาระของศาลฎีกาสหรัฐฯ โดยเฉพาะประเทศที่ได้ ‘เอาเปรียบ’ สหรัฐฯ มาเป็นเวลาหลายปี หรือแม้กระทั่งหลายทศวรรษ จะต้องเผชิญกับภาษีที่สูงกว่ามาก และเลวร้ายยิ่งกว่าภาษีที่พวกเขาเพิ่งบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ เมื่อไม่นานมานี้”

คำขู่ดังกล่าวมีขึ้นหลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติด้วยคะแนนเสียง 6-3 ประกาศยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 ก.พ.) โดยศาลมีคำวินิจฉัยว่า กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ไม่ได้ให้อำนาจแก่ประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีศุลกากรแต่อย่างใด

เพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังศาลฎีกามีคำวินิจฉัย ปธน.ทรัมป์ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรทั่วโลกในอัตรา 10% ก่อนที่จะปรับขึ้นอัตราภาษีดังกล่าวสู่ระดับ 15% ในวันเสาร์ (21 ก.พ.) โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้าปี ค.ศ. 1974 ซึ่งมอบอำนาจด้านภาษีแก่ประธานาธิบดีเพื่อจัดการกับปัญหาการขาดดุลการค้า

ส่วนความเคลื่อนไหวในเอเชียเช้านี้ ธนาคารกลางจีน (PBOC) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปีเอาไว้ที่ระดับ 3% และคงอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปีเอาไว้ที่ระดับ 3.5% ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นเดือนที่ 10 แม้เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงก็ตาม

Back to top button