“หุ้นเอเชีย” เปิดลบ กังวลเจรจาสหรัฐ-อิหร่านไม่ชัด ดันน้ำมันพุ่ง

"ตลาดหุ้นเอเชีย" เปิดแดนลบ นักลงทุนวิตกความไม่แน่นอนของการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน หลังสองฝ่ายส่งสัญญาณไม่ตรงกัน ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI-Brent พุ่งเกือบ 2%


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 พ.ค.69) ตลาดหุ้นเอเชียเปิดการซื้อขายในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลต่อความไม่แน่นอนของการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังทั้งสองฝ่ายส่งสัญญาณที่ไม่สอดคล้องกัน ขณะที่ข้อตกลงหยุดยิงยังอยู่ในภาวะเปราะบาง ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในภูมิภาคเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์

โดยดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 64,770.76 จุด ลดลง 228.65 จุด หรือ 0.35% ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,230.58 จุด ลดลง 97.65 จุด หรือ 0.39% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,080.30 จุด ลดลง 13.43 จุด หรือ 0.33% ขณะที่ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลง 0.29% และดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลีย ลดลง 0.75%

ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนดังกล่าวมีขึ้นหลังนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า การเจรจากับอิหร่านมีความคืบหน้าบางส่วน และสหรัฐฯ จะผลักดันให้การเจรจาประสบผลสำเร็จ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงให้ความสำคัญกับแนวทางการทูต อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังมีทางเลือกอื่น หากแนวทางดังกล่าวไม่สามารถบรรลุผลได้

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า สหรัฐฯ จะไม่ยอมให้อิหร่านเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงด้านพลังงานและเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ

ด้านสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า อิหร่านได้รับร่างบันทึกความเข้าใจ หรือ MoU ฉบับเบื้องต้นกับสหรัฐฯ เกี่ยวกับการยุติความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่าย โดยภายใต้กรอบดังกล่าว อิหร่านจะฟื้นฟูการเดินเรือเชิงพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซให้กลับสู่ระดับก่อนเกิดสถานการณ์ตึงเครียดภายในระยะเวลา 1 เดือน ขณะที่สหรัฐฯ จะถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ใกล้อิหร่าน และยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล

อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ปฏิเสธรายงานดังกล่าว โดยระบุว่า รายงานของสื่ออิหร่านเกี่ยวกับร่าง MoU ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านไม่เป็นความจริง และเอกสารที่อิหร่านเผยแพร่เป็นข้อมูลที่ไม่มีมูลความจริง

ความไม่แน่นอนของการเจรจาสันติภาพยังส่งผลต่อราคาพลังงาน โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส หรือ WTI ส่งมอบเดือนกรกฎาคม ปรับตัวขึ้น 1.86% แตะระดับ 90.33 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้น 1.87% แตะระดับ 96.05 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สำหรับความเคลื่อนไหวสำคัญในเอเชีย ธนาคารกลางเกาหลีใต้ หรือ BOK มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 2.5% ในการประชุมวันนี้ ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทำให้คณะกรรมการ BOK ดำเนินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวัง เนื่องจากยังมีความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ และแรงกดดันจากค่าเงินวอนที่อ่อนค่าลง

ทั้งนี้ การคงอัตราดอกเบี้ยครั้งล่าสุดนับเป็นการตรึงดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 8 แม้ BOK ยังคงอยู่ในวัฏจักรของการผ่อนคลายนโยบายการเงินก็ตาม

Back to top button