
CMAN โชว์กำไรปี 68 โต 44% แตะ 361 ล้านบาท เคาะปันผล 0.15 บ.
CMAN โชว์กำไรปี 68 โต 44% แตะ 361 ล้านบาท ทุบสถิติสูงสุด 2 ปีซ้อน รับต้นทุนต่ำ หนี้ลด มาร์จิ้นแกร่ง พร้อมขยายธุรกิจรับจังหวะตลาด บอร์ดไฟเขียวจ่ายเงินปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD 13 มี.ค.69
หม่อมหลวงจันทรจุฑา จันทรทัต ประธานกรรมการ บริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน) หรือ CMAN ผู้ผลิตปูนไลม์และผลิตภัณฑ์เคมีต่อเนื่องระดับโลก ภายใต้แบรนด์ “CHEMEMAN” เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทและบริษัทย่อย (“กลุ่มบริษัท”) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 3,661 ล้านบาท ลดลง 4.3% จากปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 361 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% จากปี 2567
รายได้ที่ลดลงเกิดจากราคาขายเฉลี่ยที่ต่ำลง และการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่กลุ่มบริษัทใช้ในการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม กลุ่มบริษัทยังสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับทรงตัวได้ โดยมีปัจจัยหลักจากการบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตด้วยการขยายการควบคุมห่วงโซ่อุปทานจากต้นน้ำไปยังปลายน้ำให้มากขึ้น
โดยควบคู่กับการลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ โครงการโซลาร์ฟาร์ม และการนำรถบรรทุกไฟฟ้ามาใช้ในกระบวนการขนส่ง ซึ่งการริเริ่มดังกล่าวไม่เพียงช่วยชดเชยผลกระทบจากราคาขายที่ลดลงได้เป็นส่วนใหญ่ แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาวอีกด้วย
ด้านต้นทุนทางการเงินปรับลดลง 50 ล้านบาท จากหนี้สินที่ลดลง ค่าใข้จ่ายภาษีจ่ายลดลง 40 ล้านบาท จากการบริหารภาษีที่ดีขึ้น แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ปี 2568 ถือเป็นปีของความสำเร็จอย่างมาก และเป็นจุดตั้งต้นของการก้าวสู่เฟสถัดไป เริ่มจากแผนการร่วมทุนกับ PT Citatah Tbk ในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งได้ลงนามในสัญญาฯ ในปีที่แล้ว และแผนการลงทุนเพิ่มเติมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้ เพื่อขยายฐานการตลาดไปยังประเทศเป้าหมายหลัก
นอกจากนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้ลงทุนหลายร้อยล้านบาทเพื่อยกระดับประสิทธิภาพและลดต้นทุนอย่างเป็นระบบ ซึ่งสอดรับกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและกดดันราคาขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ แม้เผชิญกับราคาขายอ่อนและตัวเงินบาทแข็งค่า แต่จากการวางแผนธุรกิจระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กระแสเงินสดปรับตัวดีขึ้นและเพิ่มผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทมีความยินดีที่สามารถบรรลุกำไรสุทธิ ปี 2568 จำนวน 361 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 2 ปีติดต่อกัน
สำหรับแนวโน้มปี 2569 คาดว่าตลาดจะขยายตัวในอัตราชะลอลง แต่บริษัทกลับมองว่าเป็นจังหวะที่ดีในการขยายธุรกิจ ทั้งนี้ ด้วยโครงสร้างการเงินที่แข็งแรงมากขึ้น บริษัทมีความพร้อมอย่างมาก สำหรับการลงทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและตอกย้ำสถานะผู้นำอันดับหนึ่งในอุตสาหกรรมปูนไลม์ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างชัดเจน” หม่อมหลวงจันทรจุฑา กล่าวเพิ่มเติม
ทั้งนี้ คณะกรรมการมีมติเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2569 ประกาศจ่ายเงินปันงวดดำเนินการ 1 ม.ค. 2568 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2568 เป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท โดยวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 13 มี.ค. 2569 กำหนดจ่ายปันผลวันที่ 20 พ.ค. 2569
