CGSI อัพเป้า STECON ใหม่ 13.50 บาท หลังกำไร Q4 ดีกว่าคาด รับงานรัฐใหม่-คุม SG&A ต่อเนื่อง

CGSI ระบุว่า STECON มีกำไรไตรมาส 4/2568 เติบโตดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ จากการรับรู้รายได้หลายโครงการหลัก ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ต่ำกว่าประมาณการ ส่งผลให้กำไรสุทธิออกมาสูงกว่าคาด ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 13.50 บาท สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานในระยะถัดไป


ฝ่ายวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ว่า บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON รายงานกำไรปกติ 320 ล้านบาทในไตรมาส 4/2568 เพิ่มขึ้น 128% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 96% จากไตรมาสก่อน สูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัยและตลาด (consensus) ที่ 26% และ 24% ตามลำดับ โดยมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ต่ำกว่าคาด ส่งผลให้กำไรปกติปี 2568 อยู่ที่ 919 ล้านบาท คิดเป็น 109% ของประมาณการทั้งปี ทั้งนี้ ในไตรมาส 4/2568 มีการโอนกลับค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 610 ล้านบาท

ในไตรมาส 4/2568 รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้น 36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 41% จากไตรมาสก่อน อยู่ที่ 1.05 หมื่นล้านบาท จากการรับรู้รายได้หลายโครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ รถไฟฟ้าสายสีส้ม Bangkok Mall และโครงการอื่น ๆ ส่งผลให้รายได้ทั้งปี 2568 เติบโต 11% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่ารายได้จะเติบโตต่อเนื่อง 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งในปี 2569 และ 2570 ขณะที่ยอดแบ็กล็อกสิ้นปี 2568 อยู่ที่ 1.18 แสนล้านบาท หรือเทียบเท่ารายได้ราว 3.5 ปี ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับปลอดภัย ในส่วนอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ฟื้นตัวเป็น 7.3% ในไตรมาส 4/2568 จาก 7.0% ในไตรมาส 3/2568 และลดลง 13.1% ในไตรมาส 4/2567 ส่งผลให้ GPM ทั้งปีเฉลี่ย 7.2% และคาด GPM ปี 2569–2570 ไว้ที่ 7.0%

สำหรับสัดส่วน SG&A ต่อรายได้อยู่ที่ 2.7% ในไตรมาส 4/2568 ลดลงจาก 3.2% ในไตรมาส 3/2568 แต่สูงกว่า 2.2% ในไตรมาส 4/2567 โดยเฉลี่ยทั้งปี 2568 อยู่ที่ 3.4% โดยคาดว่าจะลดลงเหลือ 3.1% ในปี 2569–2570 จากแรงหนุนรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่วนโครงสร้างการเงินยังแข็งแรง มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเพียง 31% ณ สิ้นปี 2568 ขณะที่บริษัทยังประกาศจ่ายเงินปันผล 0.55 บาทต่อหุ้น คิดเป็น payout 43% ของผลประกอบการปี 2568 และอัตราผลตอบแทน 4.0%

ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 13.50 บาท จากเดิม 10.30 บาท สะท้อนการประเมินมูลค่าที่ P/BV 1.12 เท่าในปี 2570 (เท่ากับ -0.75SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี) โดยมีปัจจัยหนุนจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานใหม่ และการควบคุม SG&A ต่อเนื่อง ขณะที่ความเสี่ยงสำคัญคือการตั้งสำรองเพิ่มจากเหตุการณ์อุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงถล่ม และมาร์จินที่อาจอ่อนตัว อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นยังมีโอกาสขยับขึ้นหากบรรยากาศทางการเมืองมีความชัดเจนมากขึ้น

Back to top button