“เงินบาท” เปิดเช้านี้แข็งค่าแตะ 31.07 บ./ดอลลาร์

ค่าเงินบาทเปิด 31.07 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่ารับดอลลาร์อ่อน ตลาดจับตาสหรัฐฯ จ่อขึ้นภาษี 15% และเจรจานิวเคลียร์อิหร่าน ขณะที่ กนง. เซอร์ไพรส์หั่นดอกเบี้ย 0.25% จับตาทุนนอกไหลเข้าและทองคำโลกทะยาน


ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต หรือ TTB เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ระดับ 31.07 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากราคาปิดตลาดเมื่อวานนี้ที่ระดับ 31.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยทิศทางของเงินดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ขณะที่ตลาดกำลังจับตามาตรการด้านภาษีของสหรัฐอเมริกา รวมถึงการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์รอบที่ 3 ระหว่างคณะผู้แทนของสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันนี้

ด้านความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ โฆษกทำเนียบขาวได้ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมพิจารณาปรับขึ้นอัตราภาษีศุลกากรสู่ระดับ 15% จากปัจจุบันที่ระดับ 10% อย่างไรก็ตามยังไม่มีกำหนดการบังคับใช้ที่แน่ชัด โดยเงื่อนไขเวลาจะขึ้นอยู่กับคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งสอดคล้องกับนายเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ที่กล่าวว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีศุลกากรสำหรับบางประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 15% หรือสูงกว่านั้น จากอัตรา 10% ที่เพิ่งประกาศใช้ไปก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ได้ระบุรายชื่อประเทศคู่ค้ารายใดที่จะถูกเก็บภาษีเพิ่มเติม

นอกจากนี้ เมื่อวานที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้เสร็จสิ้นการแถลงนโยบายประจำปีต่อสภาคองเกรส ซึ่งถือเป็นการแถลงครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่สอง โดยประธานาธิบดีทรัมป์ได้หยิบยกหลายประเด็นสำคัญขึ้นมากล่าวถึง ตั้งแต่ปัญหาเงินเฟ้อ ภาวะตลาดหุ้น การยุติโครงการด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (DEI) ไปจนถึงประเด็นการลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย และวิกฤตนิวเคลียร์อิหร่าน

สำหรับปัจจัยในประเทศ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี จากระดับ 1.25% มาอยู่ที่ 1.00% ต่อปี โดยให้มีผลทันที ซึ่งมติดังกล่าวเป็นไปในทิศทางที่สวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ประเมินว่า แม้เศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 จะขยายตัวได้สูงกว่าที่ประเมินไว้ แต่ในภาพรวมยังมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าระดับศักยภาพ อันเป็นผลมาจากปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ขณะเดียวกันอัตราเงินเฟ้อในระยะข้างหน้าก็มีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มสูงขึ้นจากที่เคยประเมินไว้เดิม

ทั้งนี้ ภายหลังจากการประกาศมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ กนง. ส่งผลให้ค่าเงินบาทในขณะนั้นมีการปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อย แต่ยังคงเคลื่อนไหวอย่างผันผวนในกรอบ และมีทิศทางสอดคล้องกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้ ได้แก่ ทิศทางของกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ประเทศไทย รวมถึงความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลก ซึ่งล่าสุดในช่วงเช้าวันนี้ ราคาทองคำตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 5,183 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในส่วนของสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเมื่อวานนี้ พบว่านักลงทุนต่างชาติทำการขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยจำนวน 2,324.09 ล้านบาท และมียอดซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทยจำนวน 541 ล้านบาท

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินประจำวันนี้ ทีทีบีประเมินและให้คำแนะนำในการลงทุนดังนี้

USD/THB: กรอบ 30.90 – 31.20 บาท/ดอลลาร์ (แนะนำทยอยซื้อที่ 30.90 / ขาย 31.20)

EUR/THB: กรอบ 36.50 – 37.00 บาท/ยูโร (แนะนำซื้อ 36.50 / ขาย 37.00)

JPY/THB: กรอบ 0.1970 – 0.2020 บาท/เยน (แนะนำซื้อ 0.1970 / ขาย 0.2020)

GBP/THB: กรอบ 41.90 – 42.40 บาท/ปอนด์

AUD/THB: กรอบ 21.90 – 22.40 บาท/ดอลลาร์ออสเตรเลีย

Back to top button