
UBS ซื้อหุ้น TRUE 4.49% หลัง CP ปรับพอร์ต นักวิเคราะห์ระบุพื้นฐานไม่เปลี่ยน
การเข้ารับซื้อหุ้น TRUE ของ UBS AG สะท้อนความสนใจของนักลงทุนสถาบันต่างชาติที่มีต่อหุ้นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไทย ขณะที่ CP ยังคงสถานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ 19.72% พร้อมทีมบริหารและกลยุทธ์องค์กรที่ไม่เปลี่ยนแปลง
ภายหลังการเปิดเผยข้อมูลผ่านระบบตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เกี่ยวกับการปรับสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE โดยกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) คำถามที่นักลงทุนหลายฝ่ายให้ความสนใจคือ ธุรกรรมครั้งนี้สะท้อนอะไรต่อทิศทางธุรกิจของ TRUE ในระยะข้างหน้า นักวิเคราะห์ในตลาดทุนประเมินตรงกันว่า การดำเนินการดังกล่าวอยู่ในกรอบการบริหารพอร์ตของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นด้านเงินทุน มากกว่าจะเป็นการส่งสัญญาณเชิงลบต่อพื้นฐานธุรกิจ
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดเผยว่า CP ได้ทยอยจำหน่ายหุ้น TRUE ออกบางส่วน โดยขายให้ UBS AG สถาบันการเงินระดับโลก 4.49% ขายให้นักลงทุนในประเทศอีก 0.22% และยังมีสัดส่วนเพิ่มเติมอีกไม่เกิน 5.3% ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ที่สำคัญกว่าตัวเลขที่ขายออก คือตัวเลขที่ยังอยู่ CP ยังคงถือหุ้น TRUE ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ระดับ 19.72% ทีมบริหารไม่เปลี่ยน กลยุทธ์องค์กรไม่สะดุด
หากมองในมิติข้อเท็จจริง สถาบันการเงินระดับโลกอย่าง UBS ไม่ได้เลือกหุ้นด้วยความรู้สึก การที่ UBS รับซื้อหุ้นก้อนใหญ่ขนาดนี้สะท้อนว่านักลงทุนต่างชาติยังคงมองหุ้นไทยขนาดใหญ่ในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลด้วยความสนใจที่ชัดเจน สอดคล้องกับมุมมองของนักวิเคราะห์ในตลาดทุนไทยประเมินตรงกันว่า นี่คือการบริหารพอร์ตของผู้ถือหุ้นใหญ่เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นด้านเงินทุน ไม่ใช่สัญญาณถอยทัพจากธุรกิจ
เมื่อพิจารณาข้อมูลหลังการควบรวมกับ DTAC ในปี 2566 โครงสร้างการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคมไทยเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ความรุนแรงด้านราคาที่เคยกัดกินกำไรทั้งอุตสาหกรรมลดลง การใช้โครงข่ายมีประสิทธิภาพสูงขึ้น และแนวโน้มกำไรพร้อมกระแสเงินสดเริ่มเดินหน้าในทิศทางที่มั่นคง ทำให้โบรกเกอร์ชั้นนำยังคงให้น้ำหนักเชิงบวกต่อหุ้น TRUE อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันการปรับสัดส่วนครั้งนี้ยังเพิ่ม Free Float หรือหุ้นที่หมุนเวียนในตลาดมากขึ้น ซึ่งหมายถึงสภาพคล่องที่ดีขึ้น และโอกาสที่นักลงทุนสถาบันรายใหม่จะเข้ามาร่วมถือหุ้นได้ง่ายขึ้นในอนาคต ซึ่งนักวิเคราะห์ชี้ว่าปัจจัยที่จะกำหนดมูลค่า TRUE ในระยะกลาง ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นระยะสั้น แต่อยู่ที่สามเรื่องหลัก ได้แก่ ความสามารถในการสร้าง EBITDA, การบริหารต้นทุนที่แม่นยำ และการเติบโตของบริการดิจิทัล
TRUE วันนี้คือบริษัทที่ผ่านการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่มาแล้ว มีผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ยังอยู่ มีสถาบันการเงินระดับโลกที่เพิ่งเข้ามา และมีพื้นฐานที่นักวิเคราะห์ยังเชื่อมั่น สิ่งที่น่าติดตามต่อจากนี้ไม่ใช่ว่า CP ขายหุ้นไปเท่าไหร่ แต่คือ TRUE จะส่งมอบตัวเลขที่ตลาดคาดหวังได้หรือไม่
