FM กำไรปี 68 แตะ 691 ล้าน เคาะปันผล 0.20 บาท รับทรัพย์ 22 พ.ค.นี้

FM โชว์กำไรปี 68 แตะ 691 ลบ. แม้มีสะดุดภาษี BOI ล่าช้า ชูยอดขายไก่ปรุงสุกพุ่ง 8.9% บอร์ดใจดีเคาะปันผล 0.20 บ. ขึ้น XD 8 พ.ค. จ่าย 22 พ.ค. กางแผนปี 69 ลุยคว้า BOI เพิ่ม หนุนกำไรโตยั่งยืน


นายสุเมธ มาสิลีรังสี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ฟู้ดโมเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ FM ผู้นำการพัฒนาอาหารแปรรูปปรุงสุกจากเนื้อไก่ (CAV Products) ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตระดับโลก เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2568 ว่า กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 7,145 ล้านบาท ชะลอตัวลงเล็กน้อยที่ 2.65% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

โดยมีสัดส่วนรายได้มาจากกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูปปรุงสุก (CAV) 42% และกลุ่มธุรกิจผลิตและจำหน่ายเนื้อไก่ชำแหละ (RAW) 58% อย่างไรก็ดี กลุ่มบริษัทฯ ยังคงสามารถรักษาระดับกำไรได้อย่างน่าพอใจ โดยมีกำไรจากการดำเนินงาน 816 ล้านบาท เติบโต 5.30% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 691 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) 9.67% ซึ่งปรับลดลงเพียงเล็กน้อยที่ 3.35% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว เนื่องจากการขออนุมัติบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) ฉบับใหม่ในช่วงปีที่ผ่านมามีความล่าช้าในกระบวนการอนุมัติสิทธิประโยชน์ ซึ่งเป็นผลมาจากช่วงรอยต่อของสถานการณ์ทางการเมือง ส่งผลให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีบางส่วนหมดวาระลงและต้องดำเนินการชำระภาษีในอัตราปกติไปก่อน

ทั้งนี้ หากพิจารณาข้ามปัจจัยด้านภาษีซึ่งเป็นผลกระทบเพียงชั่วคราว จะพบว่าผลการดำเนินงานของ FM ยังคงมีความโดดเด่น โดยปัจจัยหลักที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตคือกลุ่มผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูปปรุงสุก (CAV) ที่ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งในปี 2568 มีปริมาณการขายพุ่งสูงขึ้นถึง 22,300 ตัน เติบโต 8.9% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าในตลาดโลกที่มีต่อนวัตกรรมของบริษัทฯ ส่งผลให้รายได้จากกลุ่มธุรกิจ CAV ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3,017 ล้านบาท แม้จะต้องเผชิญกับปัจจัยกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ปริมาณความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องได้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าในตลาดโลกที่มีต่อมาตรฐานการผลิตและนวัตกรรมของบริษัทฯ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างกำไรที่ยั่งยืนในอนาคต สำหรับธุรกิจผลิตและจำหน่ายเนื้อไก่ชำแหละ (RAW) ยังคงเป็นฐานรายได้ที่แข็งแกร่ง โดยมีปริมาณการขายที่เติบโตขึ้นจากการเน้นจำหน่ายภายในประเทศเป็นหลัก พร้อมทั้งได้รับปัจจัยบวกจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับตัวลดลง ทั้งกากถั่วเหลืองและข้าวโพด ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันและบริหารจัดการต้นทุนในภาพรวมได้อย่างยอดเยี่ยม

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีสัดส่วนต่อยอดขายลดลงเหลือเพียง 3.86% จาก 4.30% ในปีก่อน ปัจจุบัน FM มีฐานะทางการเงินที่มั่นคงและแข็งแกร่งอย่างมาก โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.32 เท่า และมีวงจรเงินสด (Cash Cycle) ที่รวดเร็วเพียง 23 วัน สะท้อนถึงสภาพคล่องที่สูงและความพร้อมในการขยายธุรกิจตามแผนงาน

ทั้งนี้ จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งดังกล่าว ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ จึงได้พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลเพิ่มเติมจากงวดผลการดำเนินงานช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ในอัตรา 0.20 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงิน 197.57 ล้านบาท โดยกำหนดวันขึ้นเครื่องหมายไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ทั้งนี้ การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวยังคงต้องรอการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ซึ่งเมื่อรวมกับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท ที่ได้จ่ายไปแล้วเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 จะส่งผลให้ผู้ถือหุ้นได้รับเงินปันผลจากผลการดำเนินงานประจำปี 2568 รวมทั้งสิ้นในอัตรา 0.35 บาทต่อหุ้น

ด้านนายณัฐพล ดุษฎีโหนด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FM กล่าวว่า สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 กลุ่มบริษัทฯ จะยังคงมุ่งเน้นโมเดลธุรกิจตั้งแต่ช่วงกลางน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ผ่านการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูปปรุงสุก เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงราคาตลาดไก่สดที่มีความผันผวนสูง ควบคู่ไปกับการมุ่งสร้างระดับกำไรให้มีความสม่ำเสมอ

โดยล่าสุดในเดือนกันยายน 2568 บริษัทฯ ได้รับอนุมัติบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) ฉบับใหม่สำหรับกิจการผลิตและจำหน่ายเนื้อไก่ชำแหละ (RAW) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้เริ่มใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในช่วงปลายไตรมาสที่ 3/2568 ขณะที่กิจการผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนไก่แปรรูปปรุงสุก (CAV) คาดว่าจะได้รับการอนุมัติบัตรส่งเสริมการลงทุนภายในช่วงไตรมาสที่ 1/2569 นี้ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะเข้ามาช่วยเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีและเสริมความแข็งแกร่งให้กับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในอนาคต

ก้าวต่อไปของ FM คือการเดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพการผลิตด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ รวมถึงการกระจายฐานตลาดส่งออกไปยังภูมิภาคใหม่ๆ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และปัญหาค่าเงิน โดยเราเชื่อมั่นว่าด้วยพื้นฐานธุรกิจที่ถูกวางมาเป็นอย่างดี ผนวกกับความได้เปรียบทางด้านต้นทุนที่สามารถบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบ จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ FM สามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าและยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นได้ในระยะยาว” นายณัฐพล กล่าวปิดท้าย

Back to top button