
EKH เดินเกมรุกปี 69 เปิด 3 โครงการใหม่ ดันเตียงแตะ 316 หนุนรายได้ทะลุ 1.57 พันล้าน
EKH เดินหน้าขยายธุรกิจปี 69 ลุยเปิด 3 โครงการใหม่ “คูนอ่าวนาง–อาคาร 20 ปี–โรงพยาบาลบลูม” ตั้งเป้ารายได้แตะ 1,570 ล้านบา หนุนเตียงเพิ่มแตะ 316 เตียง พร้อมแย้มศึกษาทำเลเปิดโรงพยาบาลคูนแห่งที่ 2 ในกรุงเทพฯ และเตรียมเงินสดราว 1,000 ล้านบาท รองรับการลงทุนและ M&A
นายแพทย์อำนาจ เอื้ออารีมิตร กรรมการและผู้อำนวยการโรงพยาบาล บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH เปิดเผยข้อมูลภาพรวมการดำเนินธุรกิจผ่านงาน Opportunity Day ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 1,258 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 262.30 ล้านบาท
โดยโครงสร้างรายได้ปี 2568 มาจากธุรกิจโรงพยาบาลเอกชัย 965 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 77% ของรายได้รวม ขณะที่ธุรกิจศูนย์ผู้มีบุตรยาก (IVF) มีรายได้ 130 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของรายได้รวม ส่วนธุรกิจโรงพยาบาลคูณเอกชัยเติบโตต่อเนื่อง มีรายได้ 142 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 11%
ขณะเดียวกันธุรกิจใหม่ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด (EKC) ซึ่งเปิดดำเนินการช่วงเดือนสิงหาคม 2568 สามารถรับรู้รายได้ในปีแรกประมาณ 20 ล้านบาท จากระยะเวลาเปิดดำเนินงานราว 3 เดือน โดยผู้บริหารระบุว่าศูนย์ดังกล่าวสามารถทำกำไรได้ตั้งแต่เดือนแรก และมีแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปี พ.ศ. 2569 บริษัทเตรียมเดินหน้าขยายธุรกิจผ่าน 3 โครงการหลัก ได้แก่
1.โรงพยาบาลคูณวัฒนแพทย์ อ่าวนาง ซึ่ง EKH ถือหุ้น 49% ขนาด 33 เตียง เตรียมเปิด Soft Opening ในเดือนมีนาคม 2569 และคาดว่าจะเปิดอย่างเป็นทางการช่วงพฤษภาคม–มิถุนายน 2569 ด้วยเงินลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท
2.อาคาร “20 ปี” ของโรงพยาบาลเอกชัย มูลค่าการลงทุนประมาณ 280–300 ล้านบาท เป็นอาคารสูง 6 ชั้น รองรับศูนย์ MRI ศูนย์ตรวจสุขภาพ และเตียงผู้ป่วยใน (IPD) โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการช่วงพฤษภาคม–มิถุนายน 2569 และเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 3/2569
3.โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านสุขภาพจิตและจิตเวช “โรงพยาบาลบลูม” ซึ่ง EKH ถือหุ้น 60% ขนาด 50 เตียง มีทุนจดทะเบียน 400 ล้านบาท และลงทุนก่อสร้างประมาณ 300 ล้านบาท โดยตั้งเป้าเริ่มดำเนินงานช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2569 พร้อมตั้งเป้าจุดคุ้มทุนภายในปีที่ 2 ของการดำเนินงาน
โรงพยาบาลบลูมมีโอกาสสร้างอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าโรงพยาบาลทั่วไป เนื่องจากต้นทุนเครื่องมือทางการแพทย์ต่ำกว่า และได้รับสิทธิประโยชน์จาก BOI ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นระยะเวลา 8 ปี
สำหรับแผนธุรกิจระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2569–2571) บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตต่อเนื่อง โดยในปี 2569 คาดว่ารายได้รวมจะอยู่ที่ประมาณ 1,570 ล้านบาท และจำนวนเตียงเพิ่มเป็น 316 เตียง จากการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการใหม่
ขณะเดียวกันบริษัทประเมินว่าค่าเสื่อมราคาในปี 2569 จากการเปิดตัว 3 โครงการใหม่ ได้แก่ อาคาร 20 ปี โรงพยาบาลบลูม และคูณ อ่าวนาง จะเพิ่มขึ้นประมาณ 23–25 ล้านบาท อย่างไรก็ตามหากพิจารณาเฉพาะในงบการเงินรวม โดยไม่รวมโรงพยาบาลคูณ อ่าวนาง ซึ่งไม่ได้รวมงบการเงิน ค่าเสื่อมราคาจะเพิ่มขึ้นประมาณ 17–20 ล้านบาท
ในปี 2570 บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมประมาณ 1,830 ล้านบาท พร้อมเพิ่มจำนวนเตียงเป็น 326 เตียง และในปี 2571 ตั้งเป้ารายได้รวมประมาณ 1,950 ล้านบาท โดยยังคงจำนวนเตียงที่ระดับ 326 เตียง
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนขยายธุรกิจในระยะยาว โดยเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดโรงพยาบาลคูณแห่งที่ 2 ในกรุงเทพฯ ซึ่งคาดว่าจะเป็นโครงการสำหรับปี 2571
ปัจจุบัน EKH มีเงินสดและสินทรัพย์ทางการเงินรวมราว 1,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทระบุว่าเตรียมไว้สำหรับการขยายธุรกิจและการควบรวมหรือซื้อกิจการ (M&A) โรงพยาบาลอื่น ๆ ในอนาคต
ขณะเดียวกันบริษัทยังมองโอกาสการเติบโตจากการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์และเครื่องมือที่ทันสมัยเข้ามาใช้ รวมถึงการรักษาที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าการใช้บริการต่อครั้งของผู้ป่วย โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการปรับขึ้นค่าบริการเพียงอย่างเดียว

