
KJL ตั้งเป้ารายได้ปี 69 แตะ 1.3 พันล้าน ลุยอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์-พลังงานสะอาด
KJL มองธุรกิจปี 69 เติบโตต่อ ตั้งเป้ารายได้แตะ 1.3 พันล้านบาท เดินหน้าขยายเครือข่ายขายทั่วประเทศ พร้อมรุกอุตสาหกรรม Data Center และพลังงานสะอาด
นายเกษมสันต์ สุจิวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) หรือ KJL เปิดเผยข้อมูลภาพรวมธุรกิจของบริษัทผ่านงาน Opportunity Day จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในวันที่ 6 มี.ค.69 ว่า ผลประกอบการปี 68 บริษัทมีกำไรสุทธิ 126.88 ล้านบาท และมีรายได้จากการขาย 1,122.90 โดยรายได้หลักมาจากกลุ่มลูกค้าในประเทศ ประกอบกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
สำหรับในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้อยู่ที่ประมาณ 1,250–1,320 ล้านบาท เติบโต 10-17% จากปีก่อน ขณะเดียวกันตั้งเป้ารักษาอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ในระดับ 13-15% และเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit) จากปัจจุบัน 28-32% เป็น 30-35% ภายใน 5 ปี
ด้านกลยุทธ์การตลาด บริษัทมุ่งสร้างการเติบโตผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ KJL Brand, KJL Network และ KJL Everywhere โดยเดินหน้าเปิดตัวสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่องทุกไตรมาส เน้นกลุ่มสินค้าพรีเมียม เช่น Stainless Series และ Innovfast Series ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Schneider Electric
ขณะเดียวกันบริษัทมีแผนขยายเครือข่ายร้านค้าตัวแทนจำหน่าย Tier 1 และ Tier 2 เพิ่มเป็น 1,200 แห่ง รวมถึงเพิ่มจำนวนกลุ่ม Electrical Expert ซึ่งประกอบด้วยช่างไฟฟ้าและวิศวกร จาก 15,000 คน เป็น 30,000 คน ภายในปี 2569 เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มการเข้าถึงตลาดทั่วประเทศ
นอกจากนี้ บริษัทเตรียมผลักดันโครงการ KJL Innovation Campus (KIN) ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเชื่อมโยงงานวิจัย พัฒนา และการผลิต เข้ากับความต้องการของตลาด โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2569 ภายใต้แนวคิด Fast, Unique และ Customized Solution
ภายในโครงการจะมี Metal Design Lab ซึ่งเป็นศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์โลหะและต้นแบบ (Prototype) รองรับงานประเภท High Mix Low Volume หรือการผลิตสินค้าตามสั่ง โดยสามารถรับงานตั้งแต่ 1 ชิ้นขึ้นไป และช่วยลดระยะเวลาการพัฒนาสินค้าใหม่จากเดิม 3-6 เดือน เหลือเพียง 1-3 เดือน
บริษัทคาดว่า KIN จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้าง New S-Curve โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจ Made-to-order, Electrical Wiring และงานโลหะเฉพาะทาง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้อย่างชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2569 เป็นต้นไป
สำหรับทิศทางการขยายตลาด บริษัทมุ่งเน้นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ กลุ่ม Data Center ซึ่งบริษัทพัฒนาตู้แร็กเซิร์ฟเวอร์ภายใต้แบรนด์ KJL AX Server Series โดยใช้เทคโนโลยีจากเยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงกลุ่มพลังงานสะอาด เช่น Solar Rooftop และ Solar Farm ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV Infrastructure) อาทิ ตู้ EV Charger และตู้มิเตอร์ไฟฟ้า
นอกจากนี้ บริษัทได้ร่วมมือกับ Schneider Electric ในฐานะ License Partner เพื่อผลิตตู้ไฟฟ้ารุ่น Prisma iPM ซึ่งเป็นมาตรฐาน IEC รวมถึงพัฒนากลุ่มสินค้า Innovfast เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอุตสาหกรรม
ในด้านการลงทุน หลังจากบริษัทได้ลงทุนจำนวนมากในช่วงปี 2567-2568 สำหรับการก่อสร้าง KIN และการขยายโรงงาน ในช่วงปี 2569-2570 บริษัทมีแผนใช้งบลงทุนเฉลี่ยประมาณ 80 ล้านบาทต่อปี โดยเน้นการขยายคลังสินค้า (Warehouse) บนที่ดินใหม่ที่ได้มาในปี 2568 เพื่อรองรับกลยุทธ์ KJL Now และเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ในระยะยาว
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจ บริษัทวางกรอบกลยุทธ์การเติบโตภายใต้ Strategic Framework & Targets ซึ่งครอบคลุม 6 กลยุทธ์หลัก เพื่อยกระดับองค์กรสู่มาตรฐานระดับโลก พร้อมตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 100% ภายใน 5 ปี หรือเฉลี่ยประมาณ 10-15% ต่อปี

