
“อนุทิน” เบรกคุยตั้งรัฐบาล ชี้ต้องเลือกประธานสภา 14 มี.ค. ก่อนเคาะ ครม.
“อนุทิน ชาญวีรกูล” ระบุการจัดตั้งรัฐบาลยังต้องเป็นไปตามขั้นตอน รอเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 14 มีนาคม 2569 เพื่อเลือกประธานสภาฯ ก่อน จึงจะเข้าสู่กระบวนการโหวตนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งคณะรัฐมนตรี พร้อมย้ำยังไม่มีการพูดคุยเรื่องจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีในขณะนี้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล โดยระบุว่า ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญ หลังจากมีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกในวันที่ 14 มีนาคม 2569 เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ก่อนเข้าสู่กระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรี และการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีต่อไป
เมื่อเวลา 10:30 น. วันที่ 8 มีนาคม 2569 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ระบุว่าการจัดตั้งรัฐบาลล่วงหน้าไปแล้วกว่า 99.99% ว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้มีการพูดคุยในรายละเอียด ขอให้รอให้เป็นไปตามขั้นตอน โดยในวันที่ 14 มีนาคม 2569 จะมีรัฐพิธีเปิดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และจากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี
เมื่อถามว่ายังไม่มีการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า จะต้องมีการเลือกนายกรัฐมนตรีก่อนจึงจะสามารถตั้งคณะรัฐมนตรีได้ การพูดถึงตำแหน่งล่วงหน้าถือว่าไม่เหมาะสม เนื่องจากตำแหน่งรัฐมนตรีต้องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง การกล่าวถึงก่อนขั้นตอนดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่มิบังควร
ส่วนกรณีการจัดตั้งรัฐบาลที่บางพรรคการเมืองเคยเปิดตัวพรรคร่วมรัฐบาลก่อนหน้านี้ นายอนุทินกล่าวว่า แต่ละพรรคการเมืองมีสไตล์และวิธีการทำงานที่แตกต่างกัน จึงไม่จำเป็นต้องดำเนินการเหมือนกัน
เมื่อถามว่า หากจำเป็นต้องโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีก่อน มั่นใจหรือไม่ว่าพรรคกล้าธรรมจะยกมือสนับสนุน นายอนุทินกล่าวว่า ต้องมีกระบวนการก่อนหน้านั้น โดยย้ำว่าต้องมีการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรก่อน ส่วนจะมีการพูดคุยกับผู้ที่จะสนับสนุนหรือไม่นั้น ระบุว่า จะมีการพูดคุยกันในระดับหนึ่ง
เมื่อถามต่อว่า พรรคกล้าธรรมอาจไม่จำเป็นต้องร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ควรระบุในเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น พร้อมย้ำว่าหลักการในการเชิญพรรคร่วมรัฐบาลคือการทำงานเพื่อประชาชนและประเทศ เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนประเทศไปด้วยกัน
สำหรับกรณีนายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ในฐานะเลขาธิการพรรคกล้าธรรม ระบุว่าพรรคพร้อมเป็นฝ่ายค้าน นายอนุทินกล่าวว่า พรรคการเมืองต้องพร้อมทำหน้าที่ได้ทุกบทบาท พรรคภูมิใจไทยเองก็เคยเป็นทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านมาแล้ว แต่สิ่งสำคัญคือการทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทใดก็สามารถทำประโยชน์ให้ประเทศได้
นายอนุทินยังยกตัวอย่างว่า พรรคประชาชนที่ทำหน้าที่ฝ่ายค้านมาโดยตลอดก็ยังสามารถทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองได้มาก จึงไม่ควรยึดติดว่าจะต้องเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านเท่านั้น
ส่วนกรณีร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ระบุว่าจะไม่เดินเข้าหาพรรคภูมิใจไทยอีกแล้วเพราะมีศักดิ์ศรีนั้น นายอนุทินกล่าวเพียงว่า ในฐานะหัวหน้าพรรคการเมือง ทุกฝ่ายต้องเคารพและให้เกียรติกัน
เมื่อถามถึงกรณีที่นายอนุทินเคยกล่าวบนเวทีสัมมนาของพรรคว่าจะไม่ใช้บุคคลที่มีข้อเคลือบแคลงในเรื่องคุณสมบัติ นายอนุทินชี้แจงว่า เป็นเพราะมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่กำหนดเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจน ซึ่งตนไม่ได้ตั้งกฎเอง แต่เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องยึดถือ เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กร
เมื่อถามว่า เป็นการส่งสัญญาณไม่รับพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้ระบุเจาะจงเช่นนั้น แต่มีหลักเกณฑ์เรื่องจริยธรรมตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ พร้อมย้ำว่าต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง เพราะอาจมีผู้ร้องเรียนได้ในทุกกรณี แม้จะไม่มีเจตนาก็ตาม จึงต้องดำเนินการแบบ “เพลย์เซฟ”
ทั้งนี้ เมื่อถามถึงกรณีที่ร้อยเอกธรรมนัสระบุว่า ก่อนหน้านี้นายอนุทินเคยแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ครั้งนี้กลับไม่กล้าแต่งตั้ง นายอนุทินไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว และระบุเพียงว่าไม่ได้มีการพูดคุยกับร้อยเอกธรรมนัสในช่วงที่ผ่านมา

