
CGSI แนะ Overweight หุ้นท่องเที่ยว หลังราคาลงแรงเกินพื้นฐาน ชู ERW-SHR เด่น
CGSI มองหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวที่ปรับตัวลง 8-17% ได้สะท้อนความกังวลของตลาดต่อผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางไปมากแล้ว จึงยังคงคำแนะนำ Overweight โดยเลือก ERW และ SHR เป็นหุ้น Top Pick ของกลุ่ม จากระดับความเสี่ยงและผลตอบแทนที่ยังน่าสนใจ
ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 69 ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยกระดับความตึงเครียด หลังสหรัฐฯและอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ส่งผลกระทบต่อการเดินทางทางอากาศทั่วทั้งภูมิภาค หลายประเทศได้แก่ อิสราเอล, อิหร่าน, กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(UAE) ประกาศปิดน่านฟ้าชั่วคราว ทำให้สายการบินต่างๆทั่วโลกต้องยกเลิกเที่ยวบินมายังประเทศในอ่าวเปอร์เซีย
ด้านข้อมูลจาก Curium แสดงให้เห็นว่า มีการยกเลิกเที่ยวบินไปตะวันออกกลางประมาณ 24% เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 69 และฝ่ายวิเคราะห์ฯคาดว่า อัตราการยกเลิกเที่ยวบินจะพุ่งสูงขึ้นในเดือนมี.ค.69 หากสถานการณ์ความขัดแย้งยืดเยื้อ ซึ่งมองว่าจะส่งผลกระทบสามด้าน ได้แก่ 1.สายการบินและสนามบินได้รับผลกระทบจากการปิดน่านฟ้าและการยกเลิกเที่ยวบิน อาจส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารลดลง 2.สายการบินมีความอ่อนไหวต่อราคาเชื้อเพลิงอากาศยานที่สูงขึ้น อาจกดดันมาร์จินหากน้ำมันยังมีราคาแพง 3.โรงแรมอาจมีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ลดลง เพราะบรรยากาศการท่องเที่ยวทั่วโลกซบเซาลงและอัตราการเข้าพักของลูกค้าจากตะวันออกกลางลดลง
สำหรับกลุ่มการบินนั้น มองว่าการขนส่งผู้โดยสารทางอากาศ (passenger traffic) อาจได้รับผลกระทบ หากสายการบินตะวันออกกลางลดความถี่ของเที่ยวบิน หลังมีการประกาศปิดน่านฟ้าและยกเลิกเที่ยวบินในภูมิภาค โดยแม้ว่านักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางจะมีสัดส่วนเพียง 2.3% ของสถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติของไทยในปี 68 แต่ประมาณ 9% ของการขนส่งผู้โดยสารระหว่างประเทศในปี 67 มาจากเส้นทางการบินไป/ กลับตะวันออกกลางตามข้อมูลของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ซึ่งรวมถึงผู้โดยสารที่แวะพักต่อเครื่องไป/กลับยุโรปและอเมริกาเหนือด้วย เนื่องจากมีเที่ยวบินระยะไกลที่บินตรงค่อนข้างจำกัด
ฝ่ายวิเคราะห์ฯจึงคาดว่า การระงับเที่ยวบินไปยังศูนย์กลางทางการบินในตะวันออกกลาง อาจส่งผลต่อการเดินทางแบบต่อเครื่องมายังประเทศไทยเช่นกัน เนื่องจากทางเลือกที่เป็นเที่ยวบินตรงมีอยู่จำกัด ดังนั้น AOT จึงมีความเสี่ยงที่จำนวนผู้โดยสารจะลดลง ซึ่งจะกระทบทั้งรายได้จากกิจการการบินและรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ในปี 69 ส่วน THAI ไม่มีเที่ยวบินในเส้นทางบินไปตะวันออกกลาง แต่เชื่อว่าสายการบินยังมีความอ่อนไหวต่อต้นทุนน้ำมันเครื่องบิน ซึ่งคิดเป็น 32% ของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในปี 68
ส่วนผู้ประกอบการโรงแรมของไทย ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI มองว่า MINT น่าจะมีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์ในปัจจุบันมากที่สุด เนื่องจาก MINT มีโรงแรมอยู่ในตะวันออกกลาง ประมาณ 12% ของโรงแรมในพอร์ตในเดือนธ.ค. 68 รวมทั้งมีโรงแรมในเครือจำนวนมากอยู่ในยุโรป ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายการดำเนินงานที่ เพิ่มขึ้นสูงขึ้นตามต้นทุนพลังงาน ขณะที่ SHR จะได้รับผลกระทบส่วนใหญ่จากการที่ความต้องการเดินทางมาไทยและมัลดีฟส์ลดลง เพราะรายได้รวมจากนักท่องเที่ยวที่มาจากตะวันออกกลางและยุโรปมีสัดส่วนประมาณ 20% ของรายได้รวมในปี 68
ส่วน ERW น่าจะได้รับผลกระทบไม่มากนัก เนื่องจากรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวตะวันออกกลางและยุโรปมีสัดส่วนประมาณ 6% และ 13% ของรายได้รวมในปี 68 ตามลำดับ ขณะที่ CENTEL มีความเสี่ยงโดยตรงจากโรงแรมในดูไบและโรงแรมในมัลดีฟส์ รวมถึงไทยอาจได้รับผลกระทบบ้างเช่นกัน แต่เชื่อว่าความเสี่ยงโดยรวมของ CENTEL ยังน้อยกว่าคู่แข่ง เพราะมีฐานรายได้กระจายตัว เนื่องจากคาดว่าธุรกิจอาหารจะยังแข็งแกร่ง
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI มองว่า หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวของไทยถูกเทขายมากเกินไป ราคาหุ้นกลุ่มนี้ปรับตัวลง 8-17% นับจากวันที่ 28 ก.พ.69 ขณะที่ตั้งสมมติฐานในกรณีที่ sentiment การเดินทางทั่วโลกค่อยๆฟื้นตัวช่วงสามเดือนข้างหน้า จึงเชื่อว่าการเทขายหุ้นในช่วงที่ผ่านมา น่าจะสะท้อนความกังวลส่วนใหญ่ของนักลงทุนเกี่ยวกับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่ออุปสงค์การท่องเที่ยวโลกแล้ว
ดังนั้น จึงคงคำแนะนำ Overweight กลุ่มท่องเที่ยว เนื่องจากมองว่าความเสี่ยง-ผลตอบแทนยังน่าสนใจ โดยเลือก ERW และ SHR เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม ทั้งนี้มองว่าปัจจัยบวกที่จะช่วยหนุนหุ้นกลุ่มนี้คือ การที่อุปสงค์การเดินทางทั่วโลกกลับเป็นปกติอย่างรวดเร็วและต้นทุนพลังงานลดลง ส่วน downside risk จะมาจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งอาจกดดันมาร์จินของผู้ประกอบการ