
MAGURO บวก 6% รับแผนปี 69 ลุยขยาย 20 สาขา-เพิ่มแบรนด์ใหม่ ดันรายได้โต 30%
MAGURO ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6% หลังประกาศวางเป้ารายได้ปี 2569 โตไม่ต่ำกว่า 30% พร้อมเดินหน้าขยายสาขา 20 แห่ง เปิดแบรนด์ใหม่ 2-3 แบรนด์ และได้แรงหนุนจากฐานสมาชิกแข็งแกร่ง หนุนฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ที่ 208 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% จากปีก่อน พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 33.00 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (11 มี.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO ณ เวลา 10:59 น. อยู่ที่ระดับ 23.20 บาท บวก 1.30 บาท หรือ 5.94% ราคาสูงสุด 23.30 บาท ราคาต่ำสุด 22 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 11.35 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า MAGURO มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นในปี 2569 โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้รวมเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% จากปีก่อน สูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัยที่คาดเติบโต 25% ขณะที่กำไรปกติคาดขยายตัวไม่ต่ำกว่า 30% จากปีก่อน จากแผนขยายสาขารวม 20 สาขา แบ่งเป็นช่วงครึ่งแรกของปี 2569 จำนวน 7 สาขา และครึ่งหลังของปี 2569 อีก 13 สาขา พร้อมตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ระดับ 50% และมีแผนเปิดแบรนด์ใหม่เพิ่มอีก 2-3 แบรนด์
สำหรับแบรนด์ Kaiten Sushi Ginza Onodera ฝ่ายวิจัยมองว่าจะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญในปี 2569 โดยร้านจะมีจำนวนที่นั่งประมาณ 110-130 ที่นั่ง มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ 1,000 บาทต่อคน และเตรียมเพิ่มเมนูพิเศษอีก 20 รายการที่ไม่มีในสาขาประเทศญี่ปุ่น เพื่อสร้างความแตกต่างและดึงดูดลูกค้าในประเทศไทย เบื้องต้นประเมินรายได้ไว้ที่ 14-16 ล้านบาทต่อเดือนต่อสาขา และคาดว่าจะมีอัตรากำไรสุทธิ (NPM) ที่ระดับ 16% ซึ่งจะช่วยสนับสนุนกำไรสุทธิในปี 2569 ราว 15 ล้านบาท
นอกจากนี้ ดาโอยังมองว่า MAGURO มีความแข็งแกร่งด้าน Brand Loyalty อย่างชัดเจน โดยในปี 2568 บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากสมาชิกอยู่ที่ 58% และคาดว่าในปี 2569 สัดส่วนรายได้จากกลุ่มสมาชิกจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นและมีศักยภาพในการสร้างรายได้ประจำในระยะยาว
ในส่วนของแบรนด์ Chopman บริษัทมีแผนเปิดเพิ่มอีก 2-3 สาขา โดยจะเน้นทำเลในห้างสรรพสินค้า และคาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการในช่วงปลายปี 2569
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยดาโอคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ของ MAGURO ไว้ที่ 208 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% จากปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากการเติบโตของรายได้และการขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้น พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 33.00 บาท อิง PER ปี 2569 ที่ระดับ 20 เท่า
เนื่องจากมองว่า MAGURO ยังมีความโดดเด่นจากแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจร้านอาหารประเภท Full-Service ในประเทศไทย ความได้เปรียบจากพอร์ตแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และแผนการเปิดแบรนด์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ระดับมูลค่าหุ้นยังอยู่ในเกณฑ์น่าสนใจ เมื่อเทียบกับแนวโน้มกำไรในปี 2569-2570 ที่คาดว่าจะเติบโตทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง
