CRC กางแผนปี 69 ทุ่มงบ 1.8 หมื่นล้าน ลุยขยายสาขาไทย-เวียดนาม ดันรายได้โต 5%

CRC เปิดเกมรุกปี 2569 ทุ่มงบ 16,000-18,000 ล้านบาท เดินหน้าขยายสาขาใหม่ในไทย-เวียดนาม 22-26 แห่ง พร้อมรีโนเวทสาขาเดิมอีก 7 แห่ง ชูแผน “Innovation in Action” ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าแบบ Omnichannel ผสาน AI และ One Data Platform เสริมศักยภาพธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งครบวงจร พร้อมต่อยอด Auto1 และไทวัสดุ หนุนการเติบโตระยะยาว ตั้งเป้ารายได้โต 4-5% และ EBITDA โต 5-7%


นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์โลกยังมีความผันผวนและเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย แต่บริษัทฯ ยังสามารถสร้างกำไรได้อย่างแข็งแกร่งในปี 2568 จากการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ “New Heights, Next Growth” ที่มุ่งเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก ต่อยอด New Growth Engine และปรับโฟกัสธุรกิจไปยังตลาดไทยและเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง

โดย ณ สิ้นปี 2568 CRC มีร้านค้าในประเทศไทยรวม 3,596 ร้าน ครอบคลุม 63 จังหวัด คิดเป็นสัดส่วนยอดขาย 80% ของทั้งกลุ่ม ขณะที่ประเทศเวียดนามมีร้านค้ารวม 127 ร้าน ครอบคลุม 26 จังหวัด จากทั้งหมด 34 จังหวัด และมีสัดส่วนยอดขาย 20% นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังขยายฐานสมาชิก The 1 ในประเทศเวียดนามได้มากกว่า 4.3 ล้านราย สะท้อนศักยภาพในการสร้าง Ecosystem ลูกค้าในตลาดต่างประเทศ พร้อมกันนี้ยังเดินหน้าบริหารสถานะการเงินและโครงสร้างเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการเติบโตระยะยาวควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนภายใต้ปรัชญา CRC Care ที่ครอบคลุมมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล

ในปี 2568 กลุ่มธุรกิจฮาร์ดไลน์ยังเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดย “ไทวัสดุ” ยังคงแสดงศักยภาพการแข่งขันอย่างโดดเด่น หลังเติบโตต่อเนื่องตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีเครือข่ายรวม 89 สาขา ครอบคลุม 52 จังหวัดทั่วประเทศ และผลักดันยอดขายปี 2568 ขึ้นสู่ระดับ 43,000 ล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 9% พร้อมครองส่วนแบ่งการตลาด 25%

ขณะเดียวกัน ธุรกิจ New Growth Engine อย่าง “Auto 1” เร่งขยายสาขาใหม่อีก 13 แห่ง ส่งผลให้สิ้นปี 2568 มีสาขารวม 53 แห่ง และในปี 2569 บริษัทฯ วางโรดแมปเชิงรุกด้วยการตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มอีก 53 แห่ง หรือเพิ่มขึ้นเท่าตัว ส่งผลให้เครือข่ายรวมแตะ 106 สาขาทั่วประเทศ เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้รถอย่างครบวงจร

สำหรับปี 2569 CRC ระบุว่าเป็นปีแห่ง “Challenges & Opportunities” ของธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง โดยบริษัทฯ จะเดินหน้าสานต่อยุทธศาสตร์ 3 ปี “New Heights, Next Growth” ผ่านกลยุทธ์ “Innovation in Action” เพื่อยกระดับศักยภาพองค์กรสู่การเติบโตครั้งใหม่ ภายใต้ 3 แนวทางหลัก

แนวทางแรก คือ การยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ (Uplift Customer Experience) โดยต่อยอดแพลตฟอร์มออมนิแชนแนลที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2568 ยอดขายจากช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น 14% จากปีก่อน บริษัทฯ จึงเดินหน้าพัฒนาทั้งประสบการณ์หน้าร้านและโลกดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มพนักงานให้บริการเฉพาะบุคคล การปรับปรุงบรรยากาศภายในร้าน การเพิ่มจุด Self-Checkout การจัดกิจกรรมร่วมกันระหว่างธุรกิจในเครือ รวมถึงเพิ่มพื้นที่ไลฟ์สไตล์ เช่น โซนอาหาร โซนเกม และแชมเปญบาร์ เพื่อดึงดูดทราฟฟิกเข้าสู่ร้านค้า

นอกจากนี้ CRC ยังนำ AI เข้ามาช่วยยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์ ทั้งด้านการค้นหาสินค้า โปรโมชัน และคูปองที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า ตลอดจนเชื่อมต่อประสบการณ์ระหว่างหน้าร้านและออนไลน์ผ่านบริการ Personal Shopper, Chat & Shop, Click & Collect และ Reserve & Collect เพื่อสร้างความสะดวกสบายอย่างไร้รอยต่อ

แนวทางที่สอง คือ การอัพเกรดแบรนด์และสินค้าให้ทันสมัย (Reinvent Concepts and Merchandise) โดยในประเทศเวียดนาม บริษัทฯ จะเร่งพัฒนาสินค้าที่จำหน่ายในไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! โดยเฉพาะกลุ่มเบเกอรี่ อาหารพร้อมรับประทาน สินค้าเกี่ยวกับบ้าน และสินค้า Private Label ให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น ส่วนในประเทศไทย จะเพิ่มความหลากหลายของแบรนด์แฟชั่นชั้นนำจากไทยและเอเชีย พร้อมเร่งขยายร้าน KIS Beauty และ LOOKS ซึ่งเป็น Beauty Specialty Stores โดยปรับรูปแบบสาขาและระดับราคาให้เข้าถึงง่ายขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า Young และ Mainstream

แนวทางที่สาม คือ การยกระดับประสิทธิภาพการบริหารงานและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยเทคโนโลยี (Drive Operational Excellence) ผ่านการนำ AI มาใช้สนับสนุนการบริหารลูกค้า การตลาด การสั่งซื้อสินค้า การกำหนดราคา และการบริหารจัดการหน้าร้าน รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน เพื่อให้องค์กรมีความคล่องตัวและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

อีกทั้งบริษัทฯยังพัฒนา One Data Platform เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลลูกค้าจากทุกช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้เป็นหนึ่งเดียว หรือ Single View of Customer Data ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมลูกค้าได้ลึกขึ้น และสามารถนำเสนอ Omnichannel Coupon ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในทุกจุดสัมผัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับระบบบริหารสต๊อกและการจัดส่งสินค้าแบบครบวงจร

ด้านนายธนวัฒน์ จิรังคพัฒน์ กรรมการผู้จัดการมใหญ่ บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือ CRC เปิดเผยว่า ไทวัสดุเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักที่เติบโตโดดเด่นในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา โดยมีรายได้เพิ่มจากประมาณ 19,000 ล้านบาท เป็น 43,000 ล้านบาทในปี 2568 และเป็นธุรกิจที่ยังเติบโตเป็นบวกสวนภาวะตลาด โดยปัจจุบันมี 3 รูปแบบร้าน ได้แก่ Format หลัก, Hybrid Format และ Mini Format รวมทั้งสิ้น 89 สาขา ครอบคลุม 52 จังหวัด และปัจจุบัน “ไทวัสดุ” มีส่วนแบ่งการตลาดที่ระดับ 25%

นอกจากนี้ไทยวัสดุยังเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง ทั้งการพัฒนา Contractor Gallery, ระบบ E-Commerce, Omni-Channel Experience, Home Service, Solar Solution รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในร้าน เช่น ระบบคิวดิจิทัล ป้ายราคาดิจิทัล จุดชำระเงินด้วยตนเอง และระบบออกใบกำกับภาษีอัตโนมัติเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานส่วน

ส่วนธุรกิจ Auto1 ปัจจุบันถือเป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งของกลุ่ม โดยเติบโตจากช่วงทดลองในปี 2561 สู่การมี 53 สาขาในปี 2568 และมีแผนเปิดเพิ่มอีก 53 สาขาในปี 2569 พร้อมตั้งเป้ายอดขายทะลุ 1,000 ล้านบาท จากจุดแข็งด้านทำเล ฐานข้อมูลลูกค้า The 1 ที่มีมากกว่า 20 ล้านราย การให้บริการอย่างจริงใจ และการมีสินค้าให้เลือกหลากหลายทั้งด้านแบรนด์และระดับราคา

นายสุทธิสาร กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อสนับสนุนการเติบโตในปี 2569 CRC ประกาศใช้งบลงทุน 16,000-18,000 ล้านบาท สำหรับการรีโนเวทและขยายสาขาในประเทศไทยและเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดยุทธศาสตร์หลัก โดยในไทยมีแผนขยายสาขาท็อปส์ 8-10 สาขา, GO Wholesale 2 สาขา และไทวัสดุ 3-5 สาขา ขณะที่ในเวียดนามมีแผนเปิดศูนย์การค้า GO! เพิ่ม 2 สาขา ไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! 1 สาขา และ Mini go! อีก 6 สาขา พร้อมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่นในอาเซียนอย่างรอบคอบ

ทั้งนี้ CRC ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโต 4-5% และ EBITDA เติบโต 5-7% จากปีก่อน พร้อมให้ความสำคัญกับการบริหารการเงินอย่างมีวินัย เพื่อสร้างยอดขายและกำไรที่มีคุณภาพ รักษาความแข็งแกร่งทางการเงินสำหรับรองรับโอกาสการควบรวมและเข้าซื้อกิจการในอนาคต ตลอดจนสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง

โดย CRC ยังคงยึดลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ และจะไม่หยุดนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อยกระดับการให้บริการ ควบคู่กับการพัฒนาธุรกิจใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้งและตรงใจ พร้อมตอกย้ำบทบาทผู้นำอุตสาหกรรมค้าปลีก-ค้าส่งไทยและระดับภูมิภาค ภายใต้เจตนารมณ์ “Retail & Wholesale for All” และวิสัยทัศน์ “Central to Life”

Back to top button