KS คัด CPALL-CRC หุ้นเด่นกลุ่มค้าปลีก มองครึ่งปีหลัง SSSG เร่งตัวขึ้น

บล.กสิกรไทย มองกำลังซื้อในประเทศเริ่มฟื้น สะท้อนผ่าน SSSG เดือน พ.ค. ดีขึ้นต่อเนื่อง ชู CPALL และ CRC เป็นหุ้นเด่น ขณะที่ MOSHI โตแรงสุด


บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ภาพรวมอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (Same Store Sales Growth: SSSG) ในเดือนพฤษภาคม 2569 สะท้อนให้เห็นถึงสัญญาณการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศ แม้การฟื้นตัวยังไม่สม่ำเสมอในแต่ละกลุ่มธุรกิจ

สำหรับกลุ่มสินค้าจำเป็น (Staples) ยังคงมีแนวโน้มทรงตัวได้ดี แต่การเติบโตยังอยู่ในระดับจำกัด โดยคาดว่า บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL จะมี SSSG อยู่ที่ประมาณ 1-2% ขณะที่ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT มีแนวโน้มผสมผสาน ส่วน บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC คาดว่ายังคงอ่อนแอที่ระดับ -1% ถึง -3%

ด้านกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย (Discretionary) มีสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจนและครอบคลุมมากขึ้น โดย บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MOSHI โดดเด่นที่สุด คาด SSSG เติบโต 6-7% จากการนำเสนอสินค้าราคาจับต้องได้ การปรับสินค้าใหม่ และการจัดกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TAN คาดเติบโต 4% ส่วน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC มีแนวโน้มฟื้นตัวในระดับปานกลาง และ บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT คาดว่าทรงตัว

ในกลุ่มสินค้าตกแต่งบ้าน คาดว่าแนวโน้มการดำเนินงานจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยในเดือนเมษายน และฐานเปรียบเทียบที่ต่ำในปีก่อน โดยคาดว่า บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME จะมี SSSG อยู่ที่ 2-3% ขณะที่ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO อยู่ที่ -1% ถึง -2% และ บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL อยู่ที่ -3% ถึง -5% สะท้อนว่ากลุ่มดังกล่าวยังคงพึ่งพาการลงทุนภาครัฐเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต

สำหรับภาพรวม SSSG ในช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาส 2/2569 (เม.ย.-พ.ค.) คาดเฉลี่ยอยู่ที่ 0% ถึง 1% ปรับตัวดีขึ้นจากระดับ -2.1% ในไตรมาส 1/2569 โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวในทุกกลุ่มธุรกิจ ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย และความต้องการกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภคจากความกังวลเรื่องราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ กลุ่มสินค้าตกแต่งบ้านมีผลการดำเนินงานแข็งแกร่งที่สุดในช่วงดังกล่าวที่ประมาณ 1% รองลงมาคือกลุ่มสินค้าจำเป็นที่ -0.3% และกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยที่ 0.1%

ขณะที่ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ภาพรวม SSSG ยังติดลบประมาณ 1% โดยมีสาเหตุหลักจากกลุ่มสินค้าตกแต่งบ้านที่ติดลบ 3.2% ส่วนกลุ่มสินค้าจำเป็นและกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยคาดว่าติดลบน้อยกว่า 1% อย่างไรก็ตาม ทุกกลุ่มธุรกิจยังคงแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปตลอดช่วงที่ผ่านมา

สำหรับแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ทางฝ่ายวิจัยคาดว่า SSSG ของทุกกลุ่มธุรกิจจะปรับตัวดีขึ้นจากฐานที่ต่ำในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ซึ่งได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและสนับสนุนการบริโภคภายในประเทศในช่วงไตรมาส 3/2569

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยยังคงมุมมอง “เป็นกลาง” ต่อกลุ่มพาณิชย์ และเน้นการคัดเลือกหุ้นรายตัว โดยในกลุ่มสินค้าจำเป็นยังให้น้ำหนักเชิงบวกต่อธุรกิจร้านสะดวกซื้อมากกว่าธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ต ขณะที่กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยให้น้ำหนักกับผู้ประกอบการค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์ราคาประหยัดมากกว่ากลุ่มค้าปลีกสินค้าฟุ่มเฟือยโดยรวม

ส่วนกลุ่มสินค้าตกแต่งบ้าน ฝ่ายวิจัยให้น้ำหนักเชิงบวกต่อ DOHOME และ GLOBAL มากกว่า HMPRO

สำหรับหุ้นเด่นที่ฝ่ายวิจัยแนะนำ ได้แก่ CPALL จากความแข็งแกร่งเชิงรับและความสามารถในการรักษาระดับการเติบโตได้ดี ขณะที่ CRC ได้รับการคัดเลือกจากแนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจค้าปลีกบางกลุ่มที่มีความโดดเด่น อย่างไรก็ตาม ยังคงมีมุมมองระมัดระวังต่อ BJC และธุรกิจ B2C ของ CPAXT เนื่องจาก SSSG ยังอยู่ในระดับอ่อนแอ

Back to top button