
“ดาวโจนส์” ปิดบวก 930 จุด รับ “ทรัมป์” ยกเลิกแผนโจมตีอิหร่าน หนุนแรงซื้อหุ้นชิป
วอลล์สตรีทปิดตลาดเมื่อคืน ดาวโจนส์พุ่งขึ้น 929.97 จุด หลังทรัมป์ประกาศยกเลิกแผนโจมตีอิหร่าน หนุนความหวังคลี่คลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่แรงซื้อกลับเข้าหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ส่งผลให้ Nasdaq พุ่งกว่า 2.5%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันพฤหัสบดี (11 มิ.ย.69) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งทั้งสามดัชนีหลัก หลังนักลงทุนขานรับความหวังว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะคลี่คลาย ภายหลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศยกเลิกแผนปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน หลังจากก่อนหน้านี้ระบุว่าจะเปิดปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 50,848.75 จุด เพิ่มขึ้น 929.97 จุด หรือ 1.86% ขณะที่ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,394.30 จุด เพิ่มขึ้น 127.31 จุด หรือ 1.75% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 25,809.66 จุด เพิ่มขึ้น 640.16 จุด หรือ 2.54%
นักลงทุนกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้งในวงกว้าง หลังความหวังว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจคลี่คลาย ช่วยลดแรงกดดันต่อบรรยากาศการลงทุนที่ฉุดตลาดในวันก่อนหน้า ส่งผลให้หุ้นขนาดใหญ่และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นในวงกว้าง
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เป็นผู้นำการปรับตัวขึ้นของตลาด โดยดัชนี Philadelphia Semiconductor Index พุ่ง 7.9% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นรายวันที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 ขณะที่ AMD, Micron Technology, Broadcom และ Marvell Technology ต่างปรับตัวขึ้นจากแรงซื้อคืนในหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์ หลังเผชิญแรงขายอย่างหนักในการซื้อขายวันก่อนหน้า ส่วน Oracle สวนทางตลาด ปรับตัวลดลง 8.5% จากความกังวลต่อแผนใช้จ่ายลงทุนด้าน AI ที่เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลง หลังนักลงทุนประเมินว่าความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานจากตะวันออกกลางอาจผ่อนคลาย หากการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านมีความคืบหน้า ซึ่งช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงาน
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ของ SpaceX ซึ่งกำหนดราคาเสนอขายที่ 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น ส่งผลให้บริษัทมีมูลค่าประมาณ 1.77 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นการเสนอขายหุ้น IPO ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ และเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่นักลงทุนทั่วโลกจับตาอย่างใกล้ชิด

