
“ทรัมป์” เรียกร้องพันธมิตรส่งเรือรบคุมฮอร์มุซ หลังอิหร่านขู่ตอบโต้
ทรัมป์เรียกร้องพันธมิตรส่งเรือรบคุ้มกันการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ หลังความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่านทวีความรุนแรง เสี่ยงกระทบเสถียรภาพการขนส่งพลังงานและตลาดน้ำมันโลก.
ผู้สื่อข่าวรายงาน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของ United States เรียกร้องให้ประเทศพันธมิตรส่งกองเรือรบเข้าสู่พื้นที่ Strait of Hormuz เพื่อร่วมคุ้มกันการเดินเรือและเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก หลังสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับ Iran ทวีความรุนแรงมากขึ้น
ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันเสาร์ ระบุว่า ประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซควรมีส่วนร่วมในการรักษาความปลอดภัยของเส้นทางดังกล่าว พร้อมยืนยันว่า สหรัฐพร้อมให้การสนับสนุนด้านการประสานงานและการปฏิบัติการเพื่อให้การเดินเรือดำเนินไปอย่างปลอดภัย
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก โดยมีการลำเลียงน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติผ่านพื้นที่ดังกล่าวคิดเป็นประมาณ 20% ของปริมาณการค้าพลังงานโลก ทำให้ความสามารถของอิหร่านในการควบคุมหรือขัดขวางการเดินเรือในบริเวณนี้ กลายเป็นปัจจัยเชิงยุทธศาสตร์ที่ส่งผลต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของตลาดโลก
สถานการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากกองกำลังสหรัฐโจมตีเป้าหมายทางทหารบน Kharg Island ในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่าน โดยรองรับการส่งออกมากถึงร้อยละ 90 ของประเทศ ทั้งนี้ กองบัญชาการกลางของสหรัฐระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวได้โจมตีเป้าหมายกว่า 90 จุด รวมถึงคลังทุ่นระเบิดทางทะเล บังเกอร์เก็บขีปนาวุธ และฐานทัพอื่น ๆ
ความขัดแย้งระหว่าง Israel, United States และ Iran ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 2,000 คน โดยส่วนใหญ่อยู่ในอิหร่าน และทำให้เกิดความผันผวนต่ออุปทานน้ำมันโลก ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน สื่อท้องถิ่นของอิหร่านรายงานว่า การโจมตีทางอากาศในเมือง Isfahan ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ราย หลังโรงงานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในเมืองถูกโจมตี อย่างไรก็ตาม กองทัพอิสราเอลยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ดังกล่าว
ความตึงเครียดยังได้ลุกลามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีรายงานว่าการปฏิบัติการขนถ่ายน้ำมันบางส่วนในรัฐ Fujairah ของ United Arab Emirates ซึ่งเป็นศูนย์เติมเชื้อเพลิงเรือระดับโลก ถูกระงับชั่วคราว หลังเกิดเหตุโดรนโจมตีและไฟไหม้จากเศษซากที่ตกลงมาในพื้นที่
โฆษกกองทัพอิหร่านยังได้เรียกร้องให้ประชาชนในยูเออีอพยพออกจากบริเวณท่าเรือและท่าเทียบเรือสำคัญ โดยกล่าวหาว่าสหรัฐใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นฐานปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายของอิหร่าน
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุเพิ่มเติมว่า สหรัฐจะเพิ่มการปฏิบัติการทางทหารตามแนวชายฝั่งอิหร่าน โดยมุ่งโจมตีเรือและกำลังทางทะเลของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง พร้อมแสดงความคาดหวังว่าหลายประเทศ อาทิ China, France, Japan, South Korea และ United Kingdom จะส่งกองเรือรบเข้าร่วมภารกิจรักษาความปลอดภัยการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีประเทศใดประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะเข้าร่วมภารกิจดังกล่าว ขณะที่รัฐบาลฝรั่งเศสระบุเพียงว่ากำลังหารือกับพันธมิตรเพื่อจัดตั้งกลไกความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเล หากสถานการณ์ความตึงเครียดมีแนวโน้มคลี่คลายลง
ด้านอิหร่านยังคงแสดงท่าทีแข็งกร้าว โดยผู้นำสูงสุด Mojtaba Khamenei ย้ำว่าช่องแคบฮอร์มุซควรถูกปิด ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเตือนว่า หากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศถูกโจมตีเพิ่มเติม อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการโจมตีบริษัทของสหรัฐ หรือบริษัทที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับสหรัฐในภูมิภาค
ในวันเดียวกัน กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เปิดเผยว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกล 9 ลูก และส่งโดรนโจมตีอีก 33 ลำเข้าสู่พื้นที่ของประเทศ พร้อมประกาศเตือนประชาชนให้อพยพออกจากท่าเรือสำคัญ เช่น Jebel Ali Port ในดูไบ, Khalifa Port ในอาบูดาบี และท่าเรือ Port of Fujairah
นักวิเคราะห์ในภูมิภาคประเมินว่า ประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซียกำลังเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นจากสงครามที่ไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง แต่ต้องรับผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลกที่ยังมีแนวโน้มผันผวนสูงในระยะต่อไป

