
“เอเซีย พลัส” กางโพย 15 หุ้น บลูชิพสู้มรสุม มี.ค. ชี้เป้าบิ๊กแคปพลังงาน-แบงก์-ท่องเที่ยว
ตลาดหุ้นไทยเดือนมีนาคม เผชิญแรงกดดันจากเงินบาทอ่อน-ฟันด์โฟลว์ไหลออก ทั้งตลาดหุ้นและบอนด์ ด้าน ASPS ชี้นักลงทุนต่างชาติยังไม่ทิ้งหุ้นไทย โดยเลือกสะสมหุ้นบลูชิพ 15 บริษัท ชูพลังงาน-แบงก์-ท่องเที่ยวเด่น สะท้อนสัญญาณบวกต่อการจัดพอร์ตท่ามกลางภาวะตลาดผันผวน
ท่ามกลางมรสุมการลงทุนในเดือนมีนาคม 2569 ที่กดดันสินทรัพย์เสี่ยงในเอเชียอย่างหนัก ตลาดหุ้นไทยยังเผชิญแรงขายต่อเนื่องจากทั้งปัจจัยภายนอกและแรงกดดันด้านอัตราแลกเปลี่ยน โดยเงินบาทอ่อนค่ารุนแรงจนกลายเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่อ่อนค่ามากที่สุดในภูมิภาค ส่งผลให้กระแสเงินทุนต่างชาติไหลออกทั้งจากตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ไทยอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ดีท่ามกลางภาพรวมที่ดูเป็นลบ บทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด หรือ ASPS กลับสะท้อนอีกด้านหนึ่งที่น่าสนใจ นั่นคือ แม้นักลงทุนต่างชาติจะขายสุทธิสินทรัพย์ไทยในภาพรวม แต่เมื่อเจาะลึกระดับรายตัวกลับพบว่า ต่างชาติยังเลือก “ช้อนซื้อ” หุ้นขนาดใหญ่บางกลุ่มอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว หรือได้รับอานิสงส์จากธีมโลกที่กำลังเด่นชัดในรอบนี้
โดย ASPS ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(16 มี.ค.69) ว่า สถานการณ์ตลาดหุ้นทั่วโลกในเดือนนี้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน โดยสินทรัพย์ทางเลือกอย่างค ริปโตเคอร์เรนซี (BITCOIN, ETHEREUM) และสินค้าโภคภัณฑ์อย่างน้ำมันดิบ (WTI, BRENT) ปรับตัวพุ่งสูงขึ้น
ในขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวลงเพียงเล็กน้อย ตรงกันข้ามกับ ตลาดหุ้นเอเชียที่เผชิญแรงเทขายอย่างหนัก รวมถึงตลาดหุ้นไทย (SET INDEX) ที่ปรับตัวลดลงถึง -7.8% (MTD)
ปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นภูมิภาค คือ การ อ่อนค่าของสกุลเงินท้องถิ่น เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะเงินบาทไทยที่อ่อนค่าลงถึง -3.76% กลายเป็นสกุลเงินที่อ่อนค่าแรงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย
รองจากเงินวอนของเกาหลีใต้ (-3.94%) ค่าเงินในเอเชียที่อ่อนค่าแรง ส่งผลให้ทิศทางของ FUND FLOW ในเดือนนี้มีแรงเทขายในตลาดหุ้นเกือบทั้งภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นไต้หวัน, เกาหลีใต้, อินเดีย และอินโดนีเซีย
ส่วนประเทศไทยนักลงทุนต่างชาติมีสถานะขายสุทธิเช่นกัน ทั้งในตลาดหุ้นขายสุทธิสูงถึง 33,506 ล้านบาทและตลาดตราสารหนี้ขายสุทธิไปแล้วกว่า 34,046 ล้านบาท(MTD)
แม้ภาพรวมจะเป็นการเทขายตลาดหุ้นไทย แต่หากเจาะลึกลงไปในรายตัว จะพบว่านักลงทุนต่างชาติมีการปรับพอร์ตโดยเลือกซื้อหุ้นขนาดใหญ่ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว หรือได้อานิสงส์จากเทรนด์โลก โดย 15 อันดับหุ้นที่ต่างชาติซื้อสะสมมากที่สุด (MTD) มีกลุ่มที่น่าสนใจดังนี้
1.กลุ่มพลังงาน (ENERGY): โดดเด่นที่สุด นำโดย PTTEP ซึ่งมียอดเงินทุนไหลเข้าสูงสุดอันดับ 1 กว่า 4.6 พันล้านบาท สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบโลกที่พุ่งทะยานขึ้นกว่า 40% ในเดือนนี้ นอกจากนี้ยังมี TOP และ SPRC ที่ถูกซื้อสุทธิ
2.กลุ่มค้าปลีกและการบริโภคในประเทศ (COMMERCE): หุ้นที่พึ่งพากำลังซื้อในประเทศยังคงเป็นหลุม หลบภัยที่ดี นำโดย CPALL CPN KAMART
3.กลุ่มท่องเที่ยวและเดินทาง (TOURISM & TRANSPORT): หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของการ ท่องเที่ยวในอนาคต เช่น AOT, MINT และ CENTEL
4.กลุ่มที่รับแรงกดดันจากสงครามมาแล้วระดับหนึ่ง GULF PTTGC IVL เนื่องจากธุรกิจมีความเชื่อมโยง กับต้นทุนพลังงานและห่วงโซ่อุปทานโลกโดยตรง


