“สุเชษฐ์ สุขแท้” มอง SET รีบาวด์ แนะเก็บ 5 หุ้นพื้นฐานแกร่ง

“สุเชษฐ์ สุขแท้” ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้มีโอกาสรีบาวด์ขึ้นทดสอบ 1,420-1,430 จุด ตามทิศทางตลาดต่างประเทศ พร้อมแนะทยอยสะสม 5 หุ้นเด่นพื้นฐานแข็งแกร่ง นำโดย ADVANC, CENTEL, CPALL และ BH เพื่อเก็งกำไรเล่นรอบ


นายสุเชษฐ์ สุขแท้ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายมีเดียมาร์เก็ตติ้ง บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด (ASL) เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” ประจำวันที่ 17 มีนาคม 2569 ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันนี้มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น โดยคาดว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะเกิดการรีบาวด์ไปทดสอบแนวต้านที่ระดับ 1,420 จุด และมีโอกาสขยับขึ้นไปทดสอบระดับ 1,430 จุด

ทั้งนี้ ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยภาคเช้ามีโอกาสฟื้นตัวตามทิศทางตลาดหุ้นเอเชียและตลาดต่างประเทศ ขณะที่แรงหนุนระยะสั้นยังมาจากแรงเก็งกำไรในหุ้นขนาดใหญ่ รวมถึงความคาดหวังต่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่และแนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ

สำหรับกลุ่มหุ้นที่แนะนำ นายสุเชษฐ์ระบุว่า บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เป็นหุ้นที่น่าสนใจ จากราคาเป้าหมายเดิมบริเวณ 420 บาท ขณะที่ราคาปัจจุบันเคลื่อนไหวแถว 370 บาท ทำให้แนวต้านแรกที่ 385 บาทเป็นระดับสำคัญ หากผ่านได้จะเปิดอัพไซด์ขึ้นไปทดสอบโซน 400 บาทขึ้นไป จึงมองว่าเป็นหุ้นที่ควรมีติดพอร์ต โดยผู้ที่ถืออยู่สามารถถือต่อได้ ส่วนผู้ที่ยังไม่มีสามารถทยอยสะสมได้

ด้านบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL แม้ว่ากลุ่มท่องเที่ยวยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยลบโดยรวม แต่ราคาหุ้นเริ่มอ่อนตัวลงมาอยู่ในจุดที่มีโอกาสรีบาวด์ โดยให้แนวรับสำคัญที่ 32 บาท และถัดไปที่ 30 บาท ซึ่งมองว่าไม่ควรหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าว เพราะหากหลุดจะสะท้อนภาพลบต่อแนวโน้มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในวงกว้าง ขณะที่แนวต้านแรกอยู่ที่ 35 บาท และแนวต้านถัดไปที่ 37 บาท ส่วนเป้าหมายสูงสุดในรอบนี้อยู่ที่ประมาณ 40 บาท

ส่วนบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ยังเป็นอีกหนึ่งหุ้นที่น่าสนใจในกลุ่มค้าปลีกและการบริโภค โดยมองว่าแนวรับสำคัญอยู่ที่ 45 บาท ส่วนแนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 48-50 บาท และหากผ่าน 50 บาทได้ มีโอกาสขึ้นไปทดสอบ 55 บาท แต่หากราคาปรับขึ้นแรงถึงระดับดังกล่าวก็อาจต้องพิจารณาทยอยขายทำกำไร เนื่องจากมูลค่าเริ่มตึงตัว

ขณะที่กลุ่มโรงพยาบาลยังเป็นอีกกลุ่มที่น่าสนใจสำหรับการเล่นรอบ โดยเฉพาะบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ซึ่งให้แนวรับบริเวณ 175 บาท และแนวต้านที่ 185 บาท หากราคาย่อลงต่ำกว่า 170 บาทจะยิ่งน่าสนใจสำหรับการเข้าซื้อเล่นรีบาวด์

ส่วนบริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกันนั้น มองแนวรับที่ 16-17 บาท และโซนขายทำกำไรบริเวณ 18-20 บาท โดยระดับ 20 บาทยังถือเป็นแนวต้านสำคัญที่ผ่านได้ไม่ง่ายนักในรอบนี้

นอกจากนี้ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยังเป็นอีกกลุ่มที่เคลื่อนไหวสอดคล้องกับตลาด โดยมี บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA,บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANAและ บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE เป็นหุ้นนำ ซึ่ง HANA ถูกมองว่ามีเป้าหมายระยะสั้นบริเวณ 25-30 บาท

ในส่วนของกลุ่มธนาคาร มองว่ามีโอกาสเกิดแรงรีบาวด์ระยะสั้น หลังราคาหุ้นหลายตัวปรับตัวลงมาพอสมควรแล้ว จึงเหมาะกับการเก็งกำไรเป็นรอบมากกว่าการไล่ราคา

ด้านกลุ่มพลังงานและโรงกลั่นยังต้องติดตามทิศทางราคาน้ำมันโลกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญในระยะนี้ โดย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTTมีแนวต้านที่ 37 บาท และแนวรับที่ 30 บาท ขณะที่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP มีโอกาสรีบาวด์ตามค่าการกลั่นและทิศทางราคาน้ำมัน

ส่วน บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP หากราคาปรับขึ้นเข้าใกล้ระดับ 145-150 บาท ต้องระวังแรงขายทำกำไร ขณะที่ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC มีโอกาสขึ้นไปทดสอบ 9 บาท และ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP มองกรอบบนไว้ที่ 38-40 บาท

สำหรับกลุ่มอาหาร แม้นักวิเคราะห์ยังไม่ได้ลงรายละเอียดทั้งกลุ่ม แต่มีมุมมองเชิงบวกต่อ บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NSL เนื่องจากมองว่าปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแกร่ง

Back to top button