
“ทรัมป์” ตัดพ้อ NATO-พันธมิตร ลั่นสหรัฐไม่ง้อใคร หลังอ้างชนะอิหร่าน
โดนัลด์ ทรัมป์ ระเบิดอารมณ์ผ่านโซเชียล ตัดพ้อ NATO และพันธมิตรอย่าง ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ ที่ไม่ยอมช่วยทำศึกอิหร่าน พร้อมประกาศชัยชนะครั้งใหญ่ อ้างกองทัพสหรัฐฯ ทำลายขุมกำลังเตหะรานจนสิ้นซาก ย้ำอเมริกาเป็นมหาอำนาจที่ไม่ต้องง้อใครในโลก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มส่วนตัว (Truth Social) สั่นสะเทือนวงการการเมืองระหว่างประเทศ โดยมีเนื้อหาสำคัญระบุถึงการยุติความคาดหวังต่อความช่วยเหลือจากกลุ่มประเทศพันธมิตร NATO และประเทศในแถบเอเชียแปซิฟิก
ทรัมป์ระบุว่า สหรัฐฯ ได้รับการแจ้งจากพันธมิตร NATO ส่วนใหญ่ว่าพวกเขา “ไม่ต้องการมีส่วนร่วม” ในปฏิบัติการทางทหารต่อต้านอิหร่าน ซึ่งทรัมป์ให้นิยามว่าเป็น “ระบอบการปกครองของผู้ก่อการร้าย” แม้ว่านานาชาติจะเห็นพ้องว่าอิหร่านไม่ควรครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ก็ตาม
เขากล่าวอย่างดุเดือดว่า NATO เป็นเสมือน “ถนนเดินรถทางเดียว” ที่สหรัฐฯ ต้องทุ่มงบประมาณนับแสนล้านดอลลาร์ต่อปีเพื่อปกป้องประเทศเหล่านี้ แต่พอถึงเวลาที่สหรัฐฯ ต้องการความช่วยเหลือ พันธมิตรกลับนิ่งเฉย
นอกจากนี้ ในโพสต์ดังกล่าวยังมีการระบุถึงความคืบหน้าทางการทหารที่น่าตกใจ โดยทรัมป์อ้างว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้ “ทำลายล้าง” (Decimated) กองทัพอิหร่านไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น กองทัพเรือและกองทัพอากาศที่ถูกทำลายจนหมดสิ้น ระบบต่อต้านอากาศยานและเรดาร์ที่ไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป อีกทั้งระดับผู้นำทางทรัมป์อ้างว่าผู้นำอิหร่านในเกือบทุกระดับถูกกำจัดจนไม่สามารถกลับมาเป็นภัยคุกคามต่อโลกหรือพันธมิตรในตะวันออกกลางได้อีก
จากชัยชนะที่เขากล่าวอ้าง ทรัมป์จึงประกาศว่าสหรัฐฯ ไม่มีความจำเป็นหรือความต้องการความช่วยเหลือจาก NATO อีกต่อไป รวมถึงพันธมิตรหลักอย่าง ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ “ในฐานะประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศที่ทรงอำนาจที่สุดในโลก เราไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใครหน้าไหนทั้งนั้น!” ทรัมป์กล่าวทิ้งท้ายด้วยตัวอักษรพิมพ์ใหญ่เพื่อเน้นย้ำความแข็งกร้าว
สำหรับการเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากนักวิเคราะห์ทั่วโลก ถึงทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการดำเนินนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ หลังจากนี้ ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างความมั่นคงโลกครั้งใหญ่

