EA วางเกมปี 69 เร่งฟื้นธุรกิจผ่าน Commercial EV-พลังงานใหม่

EA เดินหน้ายุทธศาสตร์ปี 2569 มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน Commercial EV และโครงการพลังงานใหม่ หลังปรับโครงสร้างหนี้สำเร็จและย้ำไม่มีปัญหาสภาพคล่องใน 3 ปีข้างหน้า มั่นใจรับอานิสงส์บวกจากราคาน้ำมันโลกพุ่ง หนุนภาคโลจิสติกส์เปลี่ยนใช้รถไฟฟ้า ขณะที่โครงการกำจัดขยะและพลังงานใหม่ทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่อง


นายวสุ กลมเกลี้ยง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดเผยในกิจกรรมบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 13,600 ล้านบาท ลดลง 26% จากช่วงเดียวของปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากการหมดอายุโครงการโซลาร์ลำปางในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 รวมถึงรายได้จากธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และไบโอดีเซลที่ปรับตัวลดลง

สำหรับทิศทางธุรกิจปี 2569 จะเป็นปีแห่งการกลับมาเดินหน้าธุรกิจอย่างจริงจัง หลังผ่านช่วงของการบริหารวิกฤตและการปรับโครงสร้างการเงิน โดยบริษัทเตรียมผลักดันการฟื้นตัวผ่าน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ พลังงานหมุนเวียน ธุรกิจบริหารจัดการขยะ และธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการ Turnaround ในระยะต่อไป

โดยโครงการใหม่ที่อยู่ระหว่างทยอยสร้างการเติบโต บริษัทมีโครงการพลังงานลม 2 โครงการในจังหวัดมหาสารคามและขอนแก่น กำลังการผลิตรวม 180 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2571-2572 ขณะที่ธุรกิจบริหารจัดการขยะ โครงการกำจัดขยะเกาะล้านภายใต้บริษัท เอสพี เวสต์ แมนเนจเม้นท์ ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 รองรับขยะได้สูงสุด 100 ตันต่อวัน ส่วนโครงการภูเก็ตซึ่งมีการจำหน่ายไฟฟ้า 8 เมกะวัตต์ มีความคืบหน้างานก่อสร้างแล้ว 37% และคาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่โครงการปทุมธานีอยู่ระหว่างการดำเนินการด้านสัญญาซื้อขายไฟฟ้า

ด้านธุรกิจ EV บริษัทระบุว่าคำสั่งซื้อหลักในปัจจุบันมาจากกลุ่ม NCA ซึ่งได้รับคัดเลือกในโครงการเช่ารถโดยสารไฟฟ้าจำนวน 1,520 คัน โดย EA ได้ลงนามสัญญาซื้อขายแล้วและคาดว่าจะทยอยส่งมอบรถได้ภายใน 1 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ บริษัทมองว่า ยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับภาคธุรกิจ (Commercial EV) จะเป็น Key Driver สำคัญของการฟื้นตัวในอนาคต จากแรงหนุนของราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง และต้นทุนรถ EV เชิงพาณิชย์ที่ลดลง ทำให้ความต้องการจากภาคโลจิสติกส์และขนส่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยอาจเริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 3 ของปี 2569 เป็นต้นไป

พร้อมกันนี้ EA ยืนยันว่า บริษัทได้ผ่านช่วงวิกฤตที่หนักที่สุดมาแล้ว และปัจจุบันไม่กังวลปัญหาสภาพคล่องในระยะ 3 ปีข้างหน้า จากกระแสเงินสดที่ยังแข็งแรง ประกอบกับวงเงินสำรองจากสถาบันการเงินที่รองรับไว้แล้ว โดยบริษัทจะเดินหน้าลงทุนอย่างระมัดระวัง เน้นโครงการที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสม ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนและการดำเนินงาน เพื่อผลักดันการกลับมาเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับความคืบหน้าการบริหารสภาพคล่องและการปรับโครงสร้างทางการเงิน บริษัทระบุว่าในปีที่ผ่านมาได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นกู้ 12 รุ่น จากทั้งหมด 14 รุ่น ให้ขยายระยะเวลาชำระหนี้ออกไปอีก 5 ปีในลักษณะทยอยชำระ พร้อมเพิ่มอัตราดอกเบี้ยให้ผู้ถือหุ้นกู้ 0.50% นอกจากนี้ บริษัทได้ลงนามวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินรวม 20,000 ล้านบาทในเดือนธันวาคม 2568 แบ่งเป็นวงเงิน 14,000 ล้านบาทเพื่อรีไฟแนนซ์หนี้เดิม และอีก 6,000 ล้านบาทสำหรับสำรองสภาพคล่องและรองรับการชำระหนี้ล่วงหน้าแก่ผู้ถือหุ้นกู้

ผลจากการปรับโครงสร้างดังกล่าว ทำให้ภาระชำระเงินต้นในช่วง 3 ปีข้างหน้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมประมาณ 27,730 ล้านบาท เหลือราว 15,000 ล้านบาท หรือลดลงประมาณ 44% โดยเฉพาะในปี 2569 ภาระชำระหนี้ลดลงอย่างชัดเจน ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นด้านสภาพคล่องและสนับสนุนการพลิกฟื้นธุรกิจในระยะต่อไป

ในส่วนโครงสร้างรายได้ของ EA ปัจจุบันรายได้ประมาณ 68% ยังมาจากธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นธุรกิจหลักที่มีความมั่นคงสูงภายใต้สัญญาระยะยาว โดยโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มีราคาไฟฟ้าฐานเฉลี่ย 3.70 บาทต่อหน่วย สูงกว่าโครงการใหม่ที่ได้รับการคัดเลือกซึ่งมีราคาเฉลี่ย 2.10 บาทต่อหน่วย หรือสูงกว่าประมาณ 76% ขณะที่ธุรกิจดังกล่าวยังรักษาระดับ EBITDA Margin ได้มากกว่า 92% อย่างต่อเนื่อง

Back to top button