TRUE จ่อขายหุ้นกู้ 4 ชุด อายุ 4-10 ปี ชูเรทติ้ง A+ จองซื้อ 30 เม.ย.-6 พ.ค.นี้

TRUE เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ 4 ชุด อายุ 4-10 ปี ดอกเบี้ยสูงสุด 3.35% เปิดจอง 30 เม.ย. และ 5-6 พ.ค. 69 ชูเรตติ้ง “A+” แนวโน้มบวก โดยทริสเรทติ้ง


นายนกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เปิดเผยว่า ความสำเร็จของบริษัทฯ ในปี 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ แม้จะต้องเผชิญกับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ แต่ผลประกอบการยังคงสอดคล้องกับเป้าหมายที่ได้ให้แนวทางไว้ โดยบริษัทฯ สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 9.2 พันล้านบาท (กำไรสุทธิหลังปรับปรุงรายการพิเศษสูงถึง 1.92 หมื่นล้านบาท) และถือเป็นการทำกำไรต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 นับตั้งแต่ควบรวมกิจการ ปัจจัยแห่งความสำเร็จนี้มาจากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ วินัยทางการเงินที่เข้มแข็ง การมุ่งเน้นลูกค้าที่มีคุณภาพ และการได้รับประโยชน์อย่างต่อเนื่องจากกลยุทธ์ด้านคลื่นความถี่

ทั้งนี้ บริษัทฯ มี EBITDA อยู่ที่ 105.0 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้สามารถประกาศจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นเป็นครั้งแรกหลังการควบรวม ซึ่งสะท้อนถึงกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งและทิศทางการดำเนินธุรกิจที่มีเสถียรภาพมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้ดำเนินการควบรวมโครงข่ายครั้งใหญ่ที่สุดในอาเซียนจนสำเร็จลุล่วง ช่วยเสริมศักยภาพเครือข่าย 5G และ 4G ให้ครอบคลุม เสถียร และมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งนำเทคโนโลยี AI เข้ามาบริหารจัดการเครือข่ายแบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและยกระดับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดอย่างไร้รอยต่อให้แก่ลูกค้า ปัจจัยเหล่านี้ตอกย้ำถึงพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแรงและศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว นอกจากนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้เข้าสู่สถานะการดำเนินงานที่มีเสถียรภาพ (Steady-state) ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 และสามารถรับรู้ผลประโยชน์จากการควบรวม (Synergy) ได้เป็นส่วนใหญ่ โดย EBITDA ปรับตัวดีขึ้นจากการประหยัดต้นทุนด้านคลื่นความถี่และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน บริษัทฯ คาดการณ์ว่าอัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้จากการให้บริการจะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 64 ในปี 2568 เป็นร้อยละ 69 ภายในปี 2571 และภายหลังการปรับปรุงโครงข่ายแล้วเสร็จ คาดว่าการลงทุนจะทยอยลดลงตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป โดยสัดส่วนการลงทุนต่อรายได้ (Capex to Sales) จะลดลงสู่ระดับร้อยละ 13–14 ภายในปี 2571 ควบคู่ไปกับการบริหารเงินลงทุนอย่างมีวินัย โดยตั้งเป้าปรับโครงสร้างทางการเงินให้มีอัตราส่วนหนี้สิน (Leverage) ประมาณ 3.0 เท่าภายในปี 2571

ด้านความน่าเชื่อถือ บริษัทฯ และหุ้นกู้ที่จะเสนอขายในครั้งนี้ ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “A+” พร้อมแนวโน้มเครดิตที่ได้รับการปรับขึ้นจาก “คงที่ (Stable)” เป็น “บวก (Positive)” โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ซึ่งสะท้อนถึงสถานะผู้นำทางการตลาด (Market Position) ที่มีจุดแข็งจากโครงข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ชุดคลื่นความถี่ที่หลากหลาย และแบรนด์ที่ผู้บริโภคเชื่อถือ รวมถึงประโยชน์จากการควบรวมกิจการที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งขึ้น

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรองรับการเติบโต บริษัทฯ เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยให้บุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ลงทุนสถาบันจองซื้อในฐานะผู้ลงทุนทั่วไปเท่านั้น จำนวน 4 ชุด ซึ่งเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ชำระดอกเบี้ยคงที่ทุกๆ 6 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนระยะกลางและระยะยาว โดยคาดว่าจะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 30 เมษายน และวันที่ 5–6 พฤษภาคม 2569 มูลค่าจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท ทั้งนี้ ผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนดได้ตั้งแต่หุ้นกู้อายุครบปีที่ 5 เป็นต้นไป โดยมีรายละเอียดเบื้องต้นดังนี้

หุ้นกู้ชุดที่ 1: อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [2.45 – 2.60]% ต่อปี

หุ้นกู้ชุดที่ 2: อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [2.60 – 2.80]% ต่อปี

หุ้นกู้ชุดที่ 3: อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.00 – 3.20]% ต่อปี

หุ้นกู้ชุดที่ 4: อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.20 – 3.35]% ต่อปี

โดยปัจจุบัน บริษัทฯ อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งยังไม่มีผลบังคับใช้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sec.or.th หรือสอบถามผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 7 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ (ยกเว้นสาขาไมโคร) หรือแอป Bangkok Bank Mobile Banking, ธนาคารกสิกรไทย และ บล.กสิกรไทย หรือเว็บไซต์ K-My Invest, ธนาคารไทยพาณิชย์ และ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ หรือแอป SCB EASY, ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย หรือแอป CIMB Thai, ธนาคารยูโอบี, บล.เอเซีย พลัส และ บล.เกียรตินาคินภัทร รวมถึงธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือแอป Dime! นอกจากนี้ ผู้ลงทุนยังสามารถจองซื้อผ่านแอปพลิเคชัน TrueMoney Wallet โดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.truemoney.com หรือโทร. 1240 กด 6

(คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การจัดสรรขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ และเงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนดในร่างหนังสือชี้ชวน)

Back to top button