
6 หุ้นเล็กขึ้นแรง
สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยค่อนข้างแปลกกว่าที่อื่น ๆ เพราะในจังหวะที่ตลาดหุ้นต่างประเทศร่วงกันเป็นแถว แต่ตลาดหุ้นไทยบวกสวนหน้าตาเฉย
สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยค่อนข้างแปลกกว่าที่อื่น ๆ เพราะในจังหวะที่ตลาดหุ้นต่างประเทศร่วงกันเป็นแถว แต่ตลาดหุ้นไทยบวกสวนหน้าตาเฉย ทั้งที่บรรยากาศภายในประเทศเต็มไปด้วยความวุ่นวาย “โมนิก้า” เลยสังหรณ์ใจว่า หุ้นไทยจะผันผวนหนักขึ้นต่อจากนี้ ซึ่งเป็นผลมามาจากแรงซื้อที่เข้ามาในหุ้นใหญ่เป็นการเข้ามาเล่นเก็งกำไร ขณะเดียวจะเห็นว่า หุ้นเล็กที่มีสตอรี่ดีเริ่มขยับขึ้นกันเป็นแถวแล้วนะจ๊ะ
เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้ “โมนิก้า” เลือกที่จะเม้าท์ถึงหุ้นเล็กขึ้นมาอีกครั้ง หลังรายย่อยหันมาเล่นหุ้นเหล่านี้มากขึ้น ผนวกกับโมเมนตัมตลาดหุ้นโน้มเอียงมาทางฝั่งนี้เรื่อย ๆ อีฉันเลยคัดหุ้นเล็กมานำเสนอเป็นทางเลือก แถมหุ้นกลุ่มนี้ก็เทรดบนพีอีไม่สูงมากนัก และยังมีปันผลเป็นของแถมติดปลายนวม จึงกลายเป็นช็อตที่น่าตามไปดูอย่างใกล้ชิด ผนวกกับดัชนียังคงวนเวียนได้เท่านี้ ส่งผลให้การยืนปิดที่ 1,432.99 จุด บวกไป 15.54 จุด ด้วยมูลค่า 6.86 หมื่นล้านบาท ไม่มีนัยจ้า
สำหรับหุ้นเล็กพริกขี้หนูรายแรก “โมนิก้า” ขอมองไปที่หุ้น IROYAL ซึ่งโชว์ตัวเลขกำไรปี 68 ที่ระดับ 135 ล้านบาท หรือ 0.59 บาทต่อหุ้น เมื่อเทียบกับปี 67 มีกำไรแค่ 59 ล้านบาท หรือ 0.33 บาทต่อหุ้น มันทำให้อีฉันเชื่อว่า การยืนปิดที่ระดับ 6 บาท บวกไป 0.40 บาท หรือขึ้นไป 7.15% เป็นระดับที่ต่ำเกินไป เพราะเป็นการเทรดบน PE 9.50 เท่า แถมมีเงินปันผลให้อีก 0.43 บาท น่าเล่นไหมคะ
ส่วนรายที่มีการจ่ายปันผล 5 สตางค์ไปแล้ว และกำลังมีลุ้นกำไรปี 69 จะออกมาดีกว่าปีก่อนอย่าง AIE ก็เป็นหุ้นที่เหมาะสำหรับขาบู๊ทั้งหลาย เพราะของมันเห็นกันทนโท่ว่า นี่คือปีทองของคนที่ทำธุรกิจปาล์ม “โมนิก้า” ถึงอย่างให้แฟนคลับย้อนกลับไปดูในปี 67 ที่ทำกำไรได้ 240 ล้านบาท กับปี 64 ที่ทำกำไรได้ 423 ล้านบาท มีรากฐานมาจากเรื่องปาล์มขาขึ้นจริงไหม? ต่อจากนั้นจะรู้เองว่า การยืนปิดที่ระดับ 1.34 บาท เหมาะต่อการลงทุนแค่ไหน?
สำหรับตัวท็อปที่มาแรงแซงทางโค้งอย่าง UBE กลายเป็นม้ามืดที่ขาลุยกระโจนเข้าใส่เป็นเวลา 6 วัน จนหุ้นพุ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 0.79 บาท บวกไป 0.08 บาท หรือขึ้นไป 11.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 212 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นเกมที่ย้ำให้เห็นว่า รายย่อยลุยเต็มตัวของจริง และเรื่องนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับเอทานอลที่ไว้ใช้กับรถยนต์ หลายคนเลยเชื่อว่า ปีนี้กำไรของบริษัทจะออกมาดีกว่าเดิมอย่างมีนัยนะจะบอกให้
ในเมื่อกระแสพลังงานทางเลือกมาแรง “โมนิก้า” เลยไม่แปลกใจที่ TSE จะกลายเป็นหุ้นที่มีนักเก็งกำไรเข้ามาลุยกันแบบเต็มตัว และเรื่องนี้ดูได้จากวอลุ่มการซื้อขายที่ซบเซา แต่ในช่วง 5 วันที่ผ่านมากลับมีแรงซื้อเข้ามาเรื่อย ๆ จนหุ้นขยับก้นจากระดับ 0.40 บาทขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนสุดท้ายยืนปิดที่ระดับ 0.60 บาท บวกไป 0.08 บาท หรือขึ้นไป 15.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 46 ล้านบาทแบบนี้..คุณ ๆ ท่าน ๆ คิดว่า เขาจะเล่นต่อไหมเอ่ย?
ส่วนรายที่ได้อานิสงส์จากราคาปิโตรเคมีขยับขึ้นแรง “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้น UKEM เพื่อชี้ให้เห็นปีที่บริษัทกำไรระเบิดระเบ้อก็มาจากเรื่องดังกล่าว อีฉันถึงอยากให้นักเล่นลองสืบค้นข้อมูลในอดีตอีกสักนิด ต่อจากนั้นจะเข้าใจเหตุผลที่ราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 0.76 บาท บวกไป 0.02 บาท หรือขึ้นไป 2.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 32 ล้านบาท..ขืนอีฉันคอมเมนต์อะไรไปมากกว่านี้ เดี๋ยวจะหาว่าเชียร์ออกนอกหน้า..อิอิอิ
ตบท้ายกันที่หุ้นน้องใหม่ที่กำลังจะเปิดขายหุ้นอย่าง UNIX กันดีกว่า เพราะเป็นธุรกิจที่กำลังเข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันพอดี แถมราคาขายไอพีโอที่ระดับ 1.89 บาท ก็เป็นการขายบน PE 8 เท่าแบบนี้ บรรดานักลงทุนเลยเชื่อกันว่า หุ้นตัวนี้น่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กลับมาอีกครั้ง หลังจากหุ้นไอพีโอหลุดจองตั้งแต่วันแรกเป็นจำนวนมากในปีที่ผ่านมา ซึ่งตัวอีฉันก็หวังในใจลึก ๆ ขอให้ไอพีโอปีนี้ปัง..ปัง ทุกตัว..สาธุ..สาธุ
โมนิก้าและทีมงาน