“พลังงาน” คุมเข้มสั่งผู้ค้า-จ๊อบเบอร์ รายงานน้ำมันรายวัน สกัดกักตุน

ปลัดกระทรวงพลังงาน สั่งยกระดับระบบตรวจสอบ ติดตามเส้นทางน้ำมันทุกลิตร กำชับผู้ค้า-จ๊อบเบอร์รายงานรายวัน เพิ่มความโปร่งใส แก้ข้อกังวลน้ำมันหายจากระบบ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23 มี.ค.69) เวลา 15.00 น. ในการแถลงข่าวของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การใช้น้ำมันดีเซลในประเทศ เดิมอยู่ที่ 67 ล้านลิตรต่อวัน แต่ช่วงเกิดสถานการณ์ ได้เพิ่มขึ้นเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน ดังนั้นกว่า 20% ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้การบริหารจัดการ “เอียง” โดยผู้ค้าเน้นส่งน้ำมันไปที่สถานีบริการ

ขณะที่ ผู้ค้าส่ง หรือ จ๊อบเบอร์ มีปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอ และน้ำมันยังมีราคาสูงกว่า ส่งผลให้ทั้งตลาดค้าส่งและค้าปลีกไหลเข้าซื้อที่สถานีบริการ เกิดความแออัดและความโกลาหลในบางพื้นที่

ปลัดกระทรวงพลังงาน ระบุต่อว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งจัดระเบียบระบบการกระจายน้ำมัน และเพิ่มความโปร่งใส โดยกำหนดให้ผู้ค้าตามมาตรา 7 และผู้ค้ากลุ่มจ๊อบเบอร์กว่า 200 ราย ต้องรายงานปริมาณการผลิต และข้อมูลการจำหน่ายต่อกรมธุรกิจพลังงานเป็นรายวัน ภายในเวลา 18.00 น. เพื่อติดตามเส้นทางการกระจายน้ำมัน โดยเชื่อว่าจะเพียงพอต่อความต้องการ หากไม่มีการกักตุนหรือใช้ผิดประเภท

ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบหลายจุด หากตรวจพบว่าน้ำมันเข้าระบบแล้วแต่ไม่จำหน่าย จะเข้าข่ายความผิด โดยจะเข้าตรวจสอบปริมาณในถังว่า “แห้งจริง” หรือไม่ หากยังมีสต๊อกต้องเปิดจำหน่ายทันที แต่หากหมดจริง จะประสานผู้ค้านำน้ำมันเข้ามาเติม

นอกจากนี้ ได้มีการผ่อนผันข้อกำหนดการสำรองน้ำมัน รวมถึงการนับสต๊อกในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ค้าสามารถระบายน้ำมันออกจากถัง (tank) ได้คล่องตัวมากขึ้น คาดว่าจะเพียงพอต่อความต้องการในระบบ

ทั้งนี้ จากการหารือกับผู้ค้าน้ำมันในวันนี้ ได้ยืนยันว่ามีการส่งมอบน้ำมันเข้าสู่ระบบมากกว่าระดับโควต้าปกติ

ปลัดกระทรวงพลังงาน ย้ำว่า การกักตุนหรือการลักลอบส่งออกน้ำมันถือเป็นความผิดตามกฎหมาย โดยภาครัฐจะปูพรมตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสและการค้ากำไรเกินควร

“เราจะรันระบบนี้ติดตามความโปร่งใส ว่าน้ำมันกระจายไปที่ไหนบ้าง น้ำมันเหลือคลังอยู่ตรงไหนปริมาณเท่าไหร่ ผู้ค้าต้องรายงานหมด ฉะนั้นเราก็จะเห็นชัดเจนว่า น้ำมันไปไหน” ปลัดกระทรวงพลังงาน ระบุ

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ในเดือนมกราคม 2569 โรงกลั่นน้ำมัน 6 แห่ง มีกำลังการผลิตน้ำมันดีเซลเฉลี่ย 76 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่ความต้องการใช้อยู่ที่เฉลี่ย 67 ล้านลิตรต่อวัน

อย่างไรก็ตาม ณ วันที่ 20 มีนาคม 2569 กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 80 ล้านลิตรต่อวัน แต่การใช้ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมขยับขึ้นเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน และบางวันพุ่งสูงถึง 100 ล้านลิตรต่อวัน ส่งผลให้ต้องดึงสต๊อกเดิมเข้ามาเสริมตลาด โดยภาคเอกชนเริ่มนำ Working stock หรือสต๊อกหมุนเวียนออกมาใช้ เพื่อพยุงซัพพลายในระยะสั้น

ขณะเดียวกัน มีคำสั่งนายกรัฐมนตรีให้ผู้ค้าตามมาตรา 7 และมาตรา 10 รายงานข้อมูลต่อกรมธุรกิจพลังงานเป็นรายวัน ภายในเวลา 18.00 น. ซึ่งวันนี้เป็นวันที่สองของการรับข้อมูล โดยผู้ค้าที่ยังไม่รายงานจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 22 มีนาคม 2569 ยังคงติดลบ 28,109 ล้านบาท โดยเป็นกลไกสำคัญในการพยุงราคาดีเซล ซึ่งปัจจุบันรัฐตรึงไว้ไม่ให้เกิน 33 บาทต่อลิตร

 

Back to top button