
“สุเชษฐ์” มอง SET รีบาวด์ระยะสั้น ปักหมุดหุ้นเด่น BBL–CBG–MOSHI–STECON–LH
“สุเชษฐ์ สุขแท้” มองตลาดหุ้นไทยมีโอกาสรีบาวด์ระยะสั้นตามทิศทางตลาดต่างประเทศ แนะนักลงทุนรอประเมินสถานการณ์ตะวันออกกลางเจรจาหยุดยิงชั่วคราวชัดเจน พร้อมชู BBL, CBG, MOSHI, STECON และ LH เป็นหุ้นเด่น
นายสุเชษฐ์ สุขแท้ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายมีเดียมาร์เก็ตติ้ง บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด หรือ ASL เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ว่าภาพรวมตลาดหุ้นไทยมีโอกาสเกิดแรงรีบาวด์ตามทิศทางตลาดต่างประเทศ หลังบรรยากาศการลงทุนเริ่มผ่อนคลายจากกระแสข่าวความพยายามเปิดทางเจรจาและหยุดยิงชั่วคราว 5 วัน ส่งผลให้ตลาดหุ้นต่างประเทศตั้งแต่ยุโรป สหรัฐฯ จนถึงเอเชียบางส่วนกลับมาฟื้นตัวได้
ทั้งนี้ นายสุเชษฐ์ประเมินกรอบดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET Index โดยให้แนวรับสำคัญอยู่ที่ 1,390 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ในช่วง 1,400-1,420 จุด อย่างไรก็ตาม มองว่าการฟื้นตัวรอบนี้ยังเป็นเพียง “รีบาวด์” ระยะสั้นจากข่าวเชิงบวกต่อจิตวิทยาการลงทุน มากกว่าจะสะท้อนการคลี่คลายของสถานการณ์อย่างแท้จริง จึงยังไม่ควรคาดหวังว่าสงครามจะยุติลงในเร็ววัน
นายสุเชษฐ์ระบุว่า แม้ตลาดจะตอบรับเชิงบวกในระยะสั้น แต่เงื่อนไขของการเจรจายังมีความไม่แน่นอนสูง และยังต้องติดตามท่าทีของคู่ขัดแย้งอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากการเจรจาไม่เป็นไปตามคาด ความผันผวนของสินทรัพย์เสี่ยงและราคาพลังงานอาจกลับมากดดันตลาดอีกครั้ง โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง แม้จะอ่อนตัวลงจากจุดพีกก่อนหน้าแล้วก็ตาม
ในด้านกลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้นักลงทุนใช้จังหวะรีบาวด์อย่างระมัดระวัง โดยยังไม่ควรเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในช่วงนี้ และควรรอประเมินสถานการณ์อีกประมาณ 5 วัน เพื่อรอความชัดเจนก่อนตัดสินใจลงทุนเพิ่มเติม พร้อมกันนี้มองว่าหุ้นที่เหมาะสำหรับการเล่นรอบในภาวะตลาดผันผวน ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ซึ่งเป็นหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง โดยมีแนวรับที่ 160 บาท แนวต้านที่ 165-170 บาท
ขณะที่ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG มีแนวรับที่ 32.50 บาท แนวต้านที่ 37.50 บาท, บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MOSHI มีแนวรับที่ 31 บาท แนวต้านที่ 35 บาท, บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON มีแนวรับที่ 11 บาท แนวต้านที่ 12 บาท ส่วน บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH มีแนวรับที่ 3.60 บาท แนวต้านที่ 3.80 บาท โดยมองว่าเป็นกลุ่มหุ้นที่มีโอกาสรีบาวด์ตามภาวะตลาดได้เช่นกัน
นอกจากนี้ ยังมองว่าหุ้นในกลุ่มโรงกลั่นอาจมีแรงเก็งกำไรได้เพียงระยะสั้น เนื่องจากทิศทางราคาน้ำมันยังแกว่งตัวแรงตามข่าวสงครามและการเจรจา หากสถานการณ์ผ่อนคลายจริง ราคาน้ำมันก็มีโอกาสอ่อนตัวลงได้อีก แต่ในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า ราคาน้ำมันยังมีแนวโน้มผันผวนสูง จึงเหมาะกับการลงทุนระยะกลางสั้นราว 15-30 วันมากกว่าการไล่ซื้อระยะยาวในจังหวะนี้
อย่างไรก็ตามนายสุเชษฐ์มองว่าตลาดหุ้นไทยเริ่มมี “ลมหายใจ” จากแรงรีบาวด์ตามตลาดโลก แต่ยังเป็นการฟื้นตัวบนฐานความไม่แน่นอน นักลงทุนจึงควรใช้ความระมัดระวัง เน้นเก็งกำไรเป็นรายตัว และหลีกเลี่ยงการไล่ซื้อหรือเพิ่มน้ำหนักลงทุนมากเกินไป จนกว่าสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์จะมีความชัดเจนมากขึ้น
