
“สุเชษฐ์” ชี้ตลาดพักตัว แนะตั้งรับหุ้นพื้นฐานเด่น ชู OR-TOP-SCB-BTG-ITC
สุเชษฐ์ สุขแท้ มอง SET วันนี้แกว่งตัวในกรอบแคบ ประเมินแนวรับ 1,475 จุด แนวต้าน 1,500 จุด พร้อมแนะ 5 หุ้นเด่นน่าติดตาม OR, TOP, SCB, BTG และ ITC รับสัญญาณเทคนิคฟื้นตัวและปัจจัยหนุนเฉพาะตัว
นายสุเชษฐ์ สุขแท้ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายมีเดียมาร์เก็ตติ้ง บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด หรือ ASL เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในวันนี้ยังอยู่ในลักษณะแกว่งตัว โดยประเมินกรอบดัชนี SET Index มีแนวรับบริเวณ 1,475 จุด และแนวต้านที่ระดับ 1,500 จุด ท่ามกลางบรรยากาศตลาดหุ้นภูมิภาคที่ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง
ทั้งนี้ ASL แนะนำหุ้นเด่นน่าติดตามในวันนี้ ได้แก่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR โดยมองว่าได้อานิสงส์จากทิศทางราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ขณะที่ราคาหุ้นมีสัญญาณรีบาวด์ โดยให้แนวรับที่ 12.00 บาท และแนวรับถัดไป 11.53 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 12.50-13.00 บาท
ขณะที่หุ้นในกลุ่มพลังงานอีกตัวที่น่าสนใจคือ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ซึ่งยังอยู่ในกลุ่มที่โดดเด่น โดยให้แนวรับที่ 47.25 บาท และแนวต้านที่ 49.00-50.00 บาท
สำหรับหุ้นกลุ่มธนาคาร ASL แนะนำ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB หลังราคาหุ้นสามารถยืนบริเวณ 131 บาทได้ โดยให้แนวรับที่ 129 บาท และแนวต้านทางเทคนิคที่ 135 บาท สะท้อนภาพการประคองตัวได้ดีในช่วงก่อนปิดตลาด
นอกจากนี้ ยังแนะนำ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG โดยประเมินแนวรับที่ 22.00 บาท และแนวต้านที่ 23.00 บาท เป็นลักษณะการแกว่งตัวในกรอบ ขณะที่ บริษัท ไอ–เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC ถือเป็นหุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการออกมาค่อนข้างดี และราคามีทิศทางเดินหน้าต่อเนื่อง โดยให้แนวรับที่ 16.00-16.50 บาท และแนวต้านที่ 17.50 บาท พร้อมมองว่าหุ้นมีโอกาสทำระดับสูงสุดใหม่ หากสัญญาณราคายังปรับตัวในทิศทางบวกต่อเนื่อง
นายสุเชษฐ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ในกลุ่มอาหาร ITC ยังเป็นหุ้นที่ให้ความสบายใจกว่าเมื่อเทียบกับบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU เนื่องจาก TU ยังต้องรอติดตามผลประกอบการให้ชัดเจนก่อน หลังในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาเผชิญปัจจัยกดดันหลายด้าน แม้ราคาหุ้น TU จะอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำและมีโอกาสรีบาวด์กลับขึ้นไปบริเวณ 16-17 บาทได้ หากผลประกอบการออกมาดี
ด้านหุ้นธนาคาร นายสุเชษฐ์ระบุว่า ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ยังน่าสนใจจากโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแรง และราคาหุ้นยังมีช่องว่างในการปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับราคาเป้าหมายระดับ 200 บาท ขณะที่ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP แม้ผลประกอบการฟื้นตัวโดดเด่น แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นมามากแล้ว จึงอาจมีอัพไซด์จำกัดกว่า KBANK