
วิกฤตพลังงาน! QatarEnergy ชะงักผลิต LNG หลัง “Ras Laffan” เสียหาย ฉุดส่งออก 17%
QatarEnergy ประกาศเหตุสุดวิสัย ระงับสัญญาส่งมอบก๊าซธรรมชาติเหลว LNG ระยะยาว หลังโรงงาน Ras Laffan ถูกโจมตีจนกำลังส่งออกหายไปราว 17% สะเทือนอุปทานพลังงานโลกและเพิ่มความเสี่ยงต่อยุโรป-เอเชียระยะยาว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า QatarEnergy ได้ประกาศระงับสัญญาการส่งมอบก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ระยะยาวหลายฉบับ ภายหลังโรงงานผลิต Ras Laffan ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์โจมตีด้วยขีปนาวุธ โดยบริษัทได้แจ้งอ้างเหตุสุดวิสัย (force majeure) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ระบุว่าเป็นสถานการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม และส่งผลให้ไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันในการส่งมอบ LNG ให้แก่ลูกค้าได้ตามข้อตกลง
รายงานระบุว่า เหตุโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่านต่อโรงงาน Ras Laffan ได้ส่งผลให้การดำเนินงานของขบวนการผลิต LNG จำนวน 2 จากทั้งหมด 14 ขบวนต้องหยุดชะงัก รวมถึงกระทบต่อโรงงานแปรรูปก๊าซเป็นของเหลวขนาดใหญ่ของประเทศด้วย โดยนาย Saad al-Kaabi ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ QatarEnergy เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้กำลังการส่งออก LNG ของกาตาร์หายไปราว 17% และส่งผลให้กำลังการผลิตรายปีลดลงประมาณ 12.8 ล้านตัน
ทั้งนี้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นคาดว่าจะกระทบต่อรายได้ของประเทศราว 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล กับอิหร่าน ซึ่งได้ลุกลามจนกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค
นอกจากนี้ การตอบโต้ของอิหร่านยังรวมถึงการจำกัดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของการขนส่งน้ำมันและ LNG ของโลก ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม และทำให้ราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ไม่เพียงกาตาร์เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยมีรายงานว่าคูเวตและบาห์เรนได้ประกาศอ้างเหตุสุดวิสัยเช่นกัน หลังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของทั้งสองประเทศตกเป็นเป้าหมายการโจมตี
นายซาอัด อัล คาอาบี ระบุเพิ่มเติมว่า การฟื้นฟูกำลังการผลิตของโรงงานที่ได้รับความเสียหายให้กลับมาเดินเครื่องได้เต็มรูปแบบ อาจต้องใช้เวลานานถึง 3-5 ปี สะท้อนให้เห็นว่าผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้จะไม่จำกัดอยู่เพียงระยะสั้น แต่มีแนวโน้มจะส่งผลต่อสมดุลอุปทานพลังงานโลกในระยะยาว โดยเฉพาะในยุโรปและเอเชีย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่พึ่งพาการนำเข้า LNG จากกาตาร์ในสัดส่วนสูง
