GCAP GOLD ดึง “น้องเนย” ปลุกกระแสคนรุ่นใหม่ “ออมทอง” ดันยอดขายปีนี้ 1.5 แสนชิ้น

GCAP GOLD ปรับโฉมวงการลงทุน ผนึกกำลัง น้องเนย“ เปิดตัวคอลเลกชันทองคำแท่งเริ่มต้น 0.1 กรัม เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ดันยอด 2 เดือนทะลุ 2 หมื่นชิ้น ตั้งเป้าปีนี้ 1.5 แสนชิ้น พร้อมเล็งเปิดหน้าร้านใหม่


นายธนพิศาล คูหาเปรมกิจ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวโปรเจกต์พิเศษร่วมกับ “น้องเนย” (Butterbear) คาแรกเตอร์ชื่อดัง เพื่อพลิกโฉมวงการทองคำและกระตุ้นการออมทองในกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเปลี่ยนภาพลักษณ์ของการลงทุนทองคำแบบดั้งเดิมให้มีความทันสมัย สดใส และเข้าถึงง่ายมากขึ้น ซึ่งถือเป็นการเชื่อมโยงระหว่างสินทรัพย์ที่มั่นคงกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว

สำหรับคอลเลกชันดังกล่าว ประกอบด้วยทองคำแท่งขนาดเล็กเริ่มต้นที่ 0.1 กรัม ไปจนถึงขนาด 1 บาท รวมถึงผลิตภัณฑ์รูปแบบอื่น ๆ เช่น ชาร์มประดับสร้อยคอ ตุ๊กตา และอาร์ตทอย ซึ่งตอบโจทย์ทั้งกลุ่มนักลงทุนและกลุ่มนักสะสม โดยในช่วง 2 เดือนแรกที่เปิดตัว ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากกลุ่มแฟนคลับ หรือ “ด้อมเนย” ส่งผลให้มียอดจำหน่ายแล้วกว่า 20,000 ชิ้น จากเป้าหมายยอดจำหน่ายที่ตั้งไว้ในปีนี้ที่ 150,000 ชิ้น

ส่วนของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ GCAP GOLD ซึ่งดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมทองคำไทยมายาวนานกว่า 80 ปี กำลังปรับตัวจากการเป็นผู้ค้าทองคำต้นน้ำ (B2B) ที่เน้นขายส่งให้กับร้านทองขนาดใหญ่ มาสู่การขยายฐานลูกค้ารายย่อย (B2C) มากขึ้น ทั้งนี้ บริษัทมีแผนจะเปิดให้บริการหน้าร้าน (Offline Store) ภายในช่วง 2 เดือนข้างหน้า เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่ต้องการสัมผัสสินค้าจริง รวมถึงเตรียมรองรับกำลังซื้อจากกลุ่มแฟนคลับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งปีหลังยังมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น ตุ๊กตาทองคำ 3 มิติ เพื่อต่อยอดความสำเร็จเพิ่มเติม

ด้านภาพรวมตลาดทองคำและคำแนะนำการลงทุน นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจและควรมีติดพอร์ตการลงทุนไว้ประมาณ 10-20% เพื่อกระจายความเสี่ยง

โดยปัจจัยหนุนระยะยาวมาจากความต้องการของธนาคารกลางทั่วโลกที่เข้าซื้อทองคำเฉลี่ยปีละ 1,000 ตัน เทียบกับปริมาณการผลิตทั่วโลกที่ราว 4,000 ตันต่อปี รวมทั้งปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ เช่น กรณีของรัสเซียและตุรกี อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นอาจมีปัจจัยกดดันจากความคาดหวังเรื่องอัตราเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ การเลือกลงทุนในทองคำแท่งขนาดเล็กผ่านแอปพลิเคชันหรือคอลเลกชันพิเศษ ถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการเริ่มต้นออมเงินของคนรุ่นใหม่ เนื่องจากใช้เงินลงทุนไม่มากและมีสภาพคล่องสูง

นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านพฤติกรรมของนักลงทุน จากการซื้อทองรูปพรรณแบบดั้งเดิมมาสู่การลงทุนทองคำแท่งและระบบดิจิทัล (Digital Gold) โดยมีการนำเสนอช่องทางการออมผ่านแอปพลิเคชัน “คุ้มโกลด์” ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานเริ่มต้นออมทองได้ด้วยเงินลงทุนเพียง 100 บาท และเมื่อสะสมน้ำหนักครบตามกำหนด (เริ่มต้นที่ 5 กรัม) ก็สามารถขอถอนเป็นทองคำแท่งจริงได้ทันที กลยุทธ์ดังกล่าวถือเป็นการตอกย้ำเป้าหมายหลักของบริษัทที่ต้องการทลายกำแพงด้านต้นทุนเงินทุนและผลักดันให้คนไทยทุกกลุ่มสามารถเริ่มต้นสร้างวินัยการออมทองได้อย่างแท้จริง ซึ่งสอดรับกับโครงสร้างตลาดทองคำของประเทศไทยที่มีต้นทุนการลงทุนที่เข้าถึงง่ายเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก

ด้าน นายชัยวัฒน์ สามัคคีนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GCAP GOLD เปิดมุมมองต่อภาพรวมการลงทุนในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันว่า ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีคุณสมบัติเคลื่อนไหวสวนทางกับสินทรัพย์ประเภทอื่น โดยเฉพาะค่าเงินดอลลาร์ในระยะสั้น การมีทองคำในพอร์ตการลงทุนจึงช่วยลดความผันผวนโดยรวมได้ และถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ขาดไม่ได้เมื่อพูดถึงการกระจายความเสี่ยง

สำหรับผู้เริ่มต้น ทองคำมีข้อได้เปรียบหลายด้าน ทั้งสภาพคล่องสูง และมีประวัติผลตอบแทนระยะยาวที่น่าประทับใจ เป็นที่คุ้นเคยในวงกว้างสำหรับคนไทย รวมถึงสามารถเริ่มต้นลงทุนได้ด้วยเงินเพียงหลักร้อยบาท แม้ว่าราคาทองจะปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจากระดับ 20,000 บาท สู่ 40,000–60,000 บาท และมักมีคำถามว่า “ยังซื้อได้อยู่ไหม” ก็ยังคงเกิดขึ้นในทุกระดับราคา จากประวัติศาสตร์ของทองคำการลงทุนในระยะยาวถึงแม้ว่าจะอยู่ในระดับราคาปัจจุบันก็ยังคงมีเหตุผลรองรับ 

“ปัจจุบัน GCAP GOLD มีแอปพลิเคชัน ME GOLD by GCAP GOLD ที่เริ่มต้นออมทองได้ตั้งแต่ 100 บาท และสามารถถอนทองคำจริงได้ สำหรับผู้ที่ไม่เคยลงทุนมาก่อน แนะนำให้เริ่มจากจำนวนเล็กน้อย เช่น เทียบเท่าค่าอาหารนอกบ้านเพียง 1 มื้อ” นายชัยวัฒน์ กล่าว

ด้านทิศทางราคา GCAP GOLD มองว่าทองคำยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นในระยะยาว โดยมีการสะสมของธนาคารกลางทั่วโลกเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ ขณะที่ในระยะสั้นยังมีแรงกดดันจากการคาดการณ์ อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ อยู่บ้าง

Back to top button