
TMAN ชูกลยุทธ์ Innovation-Led Growth รับเทรนด์สังคมสูงวัย ดันรายได้ปี 69 โต 15%
TMAN กางแผนปี 69 ชูกลยุทธ์ Innovation-Led Growth จ่อเปิดตัว 12 ผลิตภัณฑ์ใหม่เจาะเทรนด์ Longevity รับสังคมสูงวัยและตลาดสุขภาพ 2.5 แสนล้าน พร้อมรุกโรงพยาบาล ดันรายได้โต 10-15%
นายประพล ฐานะโชติพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN หนึ่งในผู้นำธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ประกาศขับเคลื่อนธุรกิจผ่านกลยุทธ์ Innovation-Led Growth โดยในปี 2569 มีแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่กว่า 12 รายการ (SKUs) ซึ่งครอบคลุมทั้งแบรนด์ในเครือ สินค้านำเข้า และการผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำ ผ่านการบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอแบบครบวงจร
ทั้งนี้ TMAN ได้ผสานความแข็งแกร่งของทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) ภายในองค์กรเข้ากับองค์ความรู้และนวัตกรรมระดับสากลจากพันธมิตรทั่วโลก ส่งผลให้บริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายครอบคลุมทุกมิติของการดูแลสุขภาพ (Total Health Solutions) เพื่อตอบโจทย์เมกะเทรนด์โลกด้านการมีสุขภาพดีที่ยืนยาว (Longevity) ซึ่งกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่โครงสร้างพื้นฐานใหม่ของสังคม
พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้วางแผนปรับทิศทางงานวิจัยและพัฒนาครั้งสำคัญเพื่อสร้างสรรค์โซลูชันที่ตอบสนองสังคมอายุยืนยาว อาทิ ผลิตภัณฑ์กลุ่มโพรไบโอติกส์ (Probiotics) และนวัตกรรมป้องกันสุขภาพเชิงรุก ตลอดจนเตรียมลงทุนในโครงการนำเทคโนโลยีใหม่มาปรับปรุงประสิทธิภาพและขยายไลน์การผลิตเพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด
รวมทั้งลงทุนในสินทรัพย์แบรนด์ (Brand Asset) ทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการครอบครองสิทธิบัตรนวัตกรรม การสร้างการรับรู้ในตราสินค้า และการผนึกกำลังกับพันธมิตรสากล เพื่อสร้างรากฐานและมูลค่าเพิ่มในระยะยาว นอกจากนี้ ยังเตรียมรุกตลาดช่องทางโรงพยาบาลอย่างเต็มรูปแบบ โดยเน้นกลุ่มยาใหม่ที่มีมูลค่าสูง (High-Value Drugs) ที่มีศักยภาพการเติบโต ควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทีมบริหารและทีมขายใหม่ให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและคล่องตัวสูงขึ้น
สำหรับทิศทางตลาดเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในปี 2569 คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 254.6 พันล้านบาท และมีอัตราการเติบโตที่ 6.5% (อ้างอิงข้อมูลจาก Krungsri Research และ Statista) ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Aged Society) อย่างเต็มตัว และกำลังขยับเข้าใกล้ระดับสังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society) เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ในปี 2572 ส่งผลให้ความต้องการยารักษาโรคเรื้อรังและผลิตภัณฑ์ดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับสถิติที่พบว่าคนไทยป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) ขยายตัวเพิ่มขึ้น
เช่น โรคเบาหวาน โรคความดัน หรือโรคหัวใจ ทำให้ยารักษาโรคกลุ่มนี้เป็นที่ต้องการอย่างมาก ผนวกกับเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่เน้นการดูแลเชิงป้องกัน (Preventative Diagnostics) และเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Regenerative Medicine) ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเวชสำอาง ในส่วนของตลาดสมุนไพรนั้น ถือเป็นกลุ่มดาวรุ่งที่คาดการณ์ว่าจะเติบโตถึง 5.95 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2569 (อ้างอิงข้อมูลจาก Euromonitor International และสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข หรือ สวรส.) เนื่องจากผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น
นายประพล กล่าวปิดท้ายว่า TMAN เดินหน้าสร้างระบบนิเวศแห่งการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ โดยวางรากฐานผ่านกลยุทธ์ Innovation-Led Growth เพื่อมอบโซลูชันที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพในทุกช่วงวัย ซึ่งบริษัทฯ มองเห็นโอกาสในเทรนด์ Longevity ที่จะขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ TMAN ได้วางโรดแมปการทำตลาดแห่งอนาคตที่มุ่งเน้นการบูรณาการนวัตกรรมล้ำสมัยเข้ากับไลฟ์สไตล์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) เพื่อตอบโจทย์กลุ่มประชากรที่ต้องการรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพของร่างกายให้สมบูรณ์ยาวนานที่สุด
โดยตั้งเป้าหมายการขับเคลื่อนรายได้ในปี 2569 ให้เติบโตอย่างมั่นคงที่ระดับ 10-15% เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำตลาดเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่พร้อมเปลี่ยนนวัตกรรมให้เป็นคุณค่าที่ยั่งยืนทั้งต่อผู้บริโภคและผู้ถือหุ้น

