
“เครือซีพี” โชว์วิสัยทัศน์เวที CMG เดินหน้าลงทุน “เครื่องดื่ม-หุ่นยนต์อัจฉริยะ”
เครือซีพีโชว์วิสัยทัศน์เวที CMG ย้ำจุดยืนพันธมิตรจีน 47 ปี เดินหน้าลงทุนธุรกิจใหม่ “เครื่องดื่ม-หุ่นยนต์อัจฉริยะ” พร้อมเป็นสะพานเชื่อมเศรษฐกิจไทย-จีนสู่เวทีโลก
นายหวง เหวยเหว่ย ประธานด้านพัฒนากลยุทธ์และความร่วมมือกับประเทศจีน และรองประธานอาวุโสเขตประเทศจีน เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้เข้าร่วมงานเสวนาระดับนานาชาติ “จีนในฤดูใบไม้ผลิ : การพัฒนาของจีนและโอกาสของโลก” ซึ่งจัดขึ้นโดย China Media Group (CMG) Asia-Pacific เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมส่งเสริมความร่วมมือในระดับภูมิภาค และร่วมกันขับเคลื่อนสู่ประชาคมเอเชียแปซิฟิกที่มีอนาคตร่วมกัน ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ
การจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้แทนหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ เอกอัครราชทูตจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย, คุณเลี่ยว ลี่ รองผู้อำนวยการสำนักงาน China Media Group (CMG) ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก, คุณนิรัตน์ อยู่ภักดี ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา, คุณพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี, คุณวีรพงษ์ เอี่ยมเจริญชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม, ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA, คุณหลิว เฉวียนเหลย นายกสมาคมการค้าวิสาหกิจจีนในไทย, คุณสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย, ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน ตลอดจนผู้แทนจากสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและโอกาสความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและจีนในมิติต่างๆ
ทั้งนี้ คุณเซิ่น ไห่ส่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสื่อสารมวลชนและผู้อำนวยการ China Media Group ได้กล่าวสุนทรพจน์ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ว่า การประชุมสองสภาของจีนซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ถือเป็นหน้าต่างสำคัญในการติดตามจีนยุคใหม่ที่ยังคงดึงดูดความสนใจจากทั่วโลก
โดยในปีนี้ได้มีมติรับรองเอกสารสำคัญหลายฉบับ รวมถึงโครงร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 พร้อมกำหนดเป้าหมายการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปี 2026 ไว้ที่ร้อยละ 4.5 ถึง 5 ซึ่งพิมพ์เขียวการพัฒนาคุณภาพสูงของจีนนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสใหม่แก่ประชาคมโลก พร้อมกันนี้ เอกอัครราชทูตจาง เจี้ยนเว่ย ได้กล่าวสุนทรพจน์เสริมถึงทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน ในบริบทเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง โดยระบุว่า แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 สะท้อนทิศทางสำคัญของจีนที่ทั่วโลกกำลังจับตา ท่ามกลางความท้าทายด้านสันติภาพและการพัฒนา จีนจะยังคงยึดมั่นในแนวทางการพัฒนาอย่างสันติ เปิดประเทศในระดับสูง และพร้อมยกระดับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับไทย เพื่อสร้างประชาคมจีน–ไทยที่มีอนาคตร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม นำไปสู่ความมั่งคั่งและยั่งยืนของทั้งสองประเทศและภูมิภาค
ในการนี้ นายหวง เหวยเหว่ย ในฐานะผู้แทนจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์โดยกล่าวว่า เครือซีพีเป็นบริษัทต่างชาติรายแรกที่เข้าไปลงทุนในประเทศจีน จึงขอขอบคุณรัฐบาลจีนที่เปิดโอกาสให้บริษัทได้เข้าไปเรียนรู้และพัฒนาธุรกิจตลอดระยะเวลากว่า 47 ปีที่ผ่านมา จนสามารถขยายธุรกิจครอบคลุมทั้งเกษตรอาหารและค้าปลีก และในปีนี้ซึ่งเป็นวาระก้าวสู่ 50 ปีใหม่ของความสัมพันธ์ไทย-จีน เครือซีพีมองเห็นถึงความมั่นคงของนโยบายและทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของจีนอย่างชัดเจน ทำให้มีความมั่นใจในการเดินหน้าขยายธุรกิจ
ทั้งการต่อยอดธุรกิจเดิมและการลงทุนในธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่ม รวมถึงการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ในบริษัทหุ่นยนต์ “ซีพีโรบอท” เพื่อรองรับการพัฒนาในอีก 100 ปีข้างหน้า ซึ่งครอบคลุมทั้งภาคเกษตร การแปรรูปอาหาร และค้าปลีกอัจฉริยะ นอกจากนี้ บริษัทยังได้ร่วมมือกับบริษัทชั้นนำของจีนเพื่อพัฒนาและขยายตลาดไปสู่ระดับโลก
นายหวง เหวยเหว่ย เน้นย้ำเพื่อแบ่งปันมุมมองแก่ผู้ประกอบการไทยว่า ตลาดจีนมีศักยภาพสูงด้วยขนาดที่ใหญ่และมีกำลังซื้อมหาศาล อีกทั้งจีนกำลังก้าวขึ้นเป็นแหล่งกำเนิดนวัตกรรมสำคัญของโลก และมีการเปิดกว้างทั้งด้านการนำเข้าและส่งออก ซึ่งเปิดโอกาสให้บริษัทจากทั่วโลกเข้ามามีส่วนร่วม ท้ายที่สุดนี้ เครือซีพีรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้รับโอกาสจากรัฐบาลจีนในการเข้าไปพัฒนาธุรกิจในทุกมณฑลของประเทศ และได้นำธงชาติไทยไปปักในจีน
พร้อมมีส่วนร่วมในการสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการลงทุน เพื่อมุ่งสู่การเติบโตและความสันติสุขร่วมกันในระยะยาว จากจุดแข็งดังกล่าว เครือซีพีจึงมีบทบาทสำคัญในการเป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและจีนมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยพร้อมต่อยอดความร่วมมือในทุกมิติ ทั้งด้านการค้า การลงทุน เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนในภูมิภาค ตอกย้ำบทบาทพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงโอกาสจากจีนสู่ไทย อาเซียน และเวทีโลกต่อไป

