“นายกหนู” คิกออฟ “ไทยช่วยไทย” ลดราคาสินค้า 25-58% กว่า 3 พันรายการ

นายกรัฐมนตรี เปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย” ของกระทรวงพาณิชย์ ผนึกค้าส่ง-ค้าปลีกกว่า 10 ราย และผู้ผลิตกว่า 20 ราย ลดราคาสินค้าจำเป็นสูงสุดกว่า 50% บรรเทาค่าครองชีพประชาชน ท่ามกลางราคาพลังงานผันผวน ดันต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (1 เม.ย. 2569) เวลา 16.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

โดยผนึกกำลังภาคเอกชน ทั้งห้างค้าส่ง-ค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) กว่า 10 ราย และผู้ผลิตรายใหญ่ของประเทศกว่า 20 ราย นำสินค้าจำเป็นอุปโภคบริโภคกว่า 3,000 รายการ มาจำหน่ายในราคาพิเศษ ลดสูงสุด 58% เริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลกที่ยังมีความผันผวน

นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีว่า รัฐบาลได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น จากสถานการณ์ความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก จึงได้กำหนดนโยบายเร่งด่วนเพื่อเข้าไปดูแลปากท้องของประชาชน พร้อมสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์เร่งดำเนินการช่วยประชาชน ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” โดยจับมือกับห้างค้าส่งและค้าปลีกสมัยใหม่ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย เพื่อขอความร่วมมือลดราคาสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน กว่า 3,000 รายการ

ด้าน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการค้าส่ง-ค้าปลีก และซัพพลายเออร์รายใหญ่กว่า 20 ราย อาทิ CP Axtra (Makro และ Lotus’s) CP All (7-Eleven) Big C Supercenter Central Food Wholesale Central Food Retail (TOPS, TOPS FOOD HALL, TOPS DAILY, TOPS ONLINE และ TOP CARE Watsons Thailand The Mall Group (Gourmet Market) Foodland Supermarket และCJ Express Group

รวมถึงผู้ผลิตชั้นนำ เช่น Saha Pathanapibul Unilever Berli Jucker Kao Corporation Thai Union Group ข้าวมาบุญครอง ข้าวตราไก่แจ้ ข้าวหงส์ทอง ข้าวแสนดี และน้ำมันพืชปทุม เพื่อจัดโปรโมชั่นราคาพิเศษ โดยเน้นสินค้ากลุ่มเฮ้าส์แบรนด์ (House Brand) และสินค้าแบรนด์รองที่มีคุณภาพดีเข้าร่วมลดราคา

นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ โดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กับผู้ประกอบการทั้งผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย ในการนำสินค้าจำเป็นอุปโภคบริโภค 16 ประเภท แบ่งเป็นสินค้าอุปโภค 8 ประเภท และสินค้าบริโภค 8 ประเภท รวมกว่า 3,000 รายการ มาจำหน่ายในราคาพิเศษ ลดสูงสุดถึง 58% เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศสามารถเข้าถึงสินค้าที่จำเป็นได้ในราคาที่เหมาะสม โดยจะกระจายสินค้าไปยังทุกจังหวัดผ่านเครือข่ายร้านค้าปลีกทั่วประเทศ

สินค้าในโครงการไทยช่วยไทย แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ 1. สินค้าอุปโภค เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ยาสีฟัน และ 2. สินค้าบริโภคที่จำเป็น เช่น ข้าวสาร น้ำตาล ซอสปรุงรส น้ำมันพืช บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารกระป๋อง โดยมีห้างร้านและจุดจำหน่ายเข้าร่วม ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนได้ไม่ต่ำกว่า 25-58% ในกลุ่มสินค้าที่เข้าร่วมรายการ

โดยในระยะแรกของโครงการ สินค้าจะมีจำหน่ายประมาณ 2 เดือน จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 ก่อนจะมีการหมุนเวียนสินค้ารายการใหม่เข้ามาทดแทน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังมีแผนพัฒนาสินค้าระดับชุมชน โดยมอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดำเนินการยกระดับสินค้า เพื่อเข้าร่วมโครงการในระยะต่อไป เพื่อกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจท้องถิ่นและผู้ประกอบการ SMEs

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งหวังให้ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน พร้อมเชิญชวนประชาชนเลือกซื้อสินค้าภายใต้สัญลักษณ์โครงการได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ณ ห้างค้าส่ง-ค้าปลีกชั้นนำทั่วประเทศ และยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด

Back to top button