KS เตือน! ไต้หวันสตาร์ท “แนฟทาแครกเกอร์” ปิโตรเคมีไทยเสี่ยงถูกกดราคา

KS ประเมินกลุ่มปิโตรเคมีรับผลลบเล็กน้อย หลังไต้หวันกลับมาเดินเครื่องแนฟทาแครกเกอร์ หวั่นเกิดภาวะล้นตลาด แนะจับตาใกล้ชิดเป็นจุดขายทำกำไร ชี้ PTTGC และ IRPC อาจได้รับผลกระทบ


บทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS เปิดเผยถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โดยอ้างอิงรายงานข่าวจาก OPIS ซึ่งระบุว่า บริษัท CPC ในประเทศไต้หวันได้เริ่มกลับมาดำเนินการผลิต (Restart) โรงงานแนฟทาแครกเกอร์ (Naphtha Cracker) หมายเลข 4 ซึ่งมีกำลังการผลิตเอทิลีนขนาด 380,000 ตันต่อปี เมื่อวานนี้ โดยใช้วัตถุดิบที่นำเข้าจากประเทศรัสเซีย ภายหลังจากที่สหรัฐอเมริกาได้มีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเป็นการชั่วคราว

จากปัจจัยดังกล่าว ทาง KS เริ่มมีมุมมองเชิงลบเล็กน้อยต่อหุ้นกลุ่มปิโตรเคมี เนื่องจากประเมินว่าการกลับมาเดินเครื่องโรงงานในครั้งนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับเข้าสู่สภาวะสินค้าล้นตลาด (Oversupply) แต่อย่างไรก็ตาม โรงงานแนฟทาแครกเกอร์หมายเลข 4 นั้นถือเป็นโรงงานขนาดเล็กที่สุดของบริษัท CPC ในขณะที่โรงงานแนฟทาแครกเกอร์หมายเลข 3 ซึ่งมีกำลังการผลิตขนาด 720,000 ตัน ยังคงปิดดำเนินการอยู่ นอกจากนี้ ผู้ผลิตรายใหญ่อีกรายในไต้หวันอย่างบริษัท Formosa ก็ยังคงหยุดการดำเนินการผลิตเช่นเดียวกัน ซึ่งสถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าภาพรวมของอุปทานแนฟทาในตลาดยังคงมีอยู่อย่างจำกัดค่อนข้างมาก

ทั้งนี้ KS แนะนำให้นักลงทุนต้องติดตามและจับตามองการกลับมาดำเนินงานของโรงงานแนฟทาแครกเกอร์ในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด เนื่องจากประเด็นนี้จะเป็นจุดพิจารณาในการขายทำกำไร (Take Profit) ของหุ้นกลุ่มปิโตรเคมี โดยประเมินว่าหุ้นที่จะได้รับผลกระทบในเชิงลบจากการกลับมาเดินเครื่องโรงงานดังกล่าว ได้แก่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC และ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC

Back to top button