
SCG เซ็นสัญญา “กฟผ.” ลุยโซลาร์ฟาร์ม 3 โครงการ 175 MW จ่อคิว COD ปี 71
SCG ส่งบริษัทย่อยเซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. ลุยพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์ม 3 แห่ง ขนาดรวม 175 เมกะวัตต์ คาด COD ปี 2571
บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) หรือ SCG เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้มีมติเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถมุ่งสู่พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Carbon Emission)
โดยได้มอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ดำเนินการประกาศรับซื้อไฟฟ้าตามระเบียบว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ปี 2565–2573 สำหรับกลุ่มที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง พ.ศ. 2565 (เพิ่มเติม) พ.ศ. 2567
ทั้งนี้ บริษัทย่อยของ SCG จำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วย บริษัท โซลาริสท์ หนองยวง จำกัด, บริษัท โซลาริสท์ บ้านเอื้อม จำกัด และบริษัท โซลาริสท์ น้ำพุ จำกัด ซึ่ง SCG ถือหุ้นทางอ้อมผ่าน บริษัท โซลาริสท์ โฮลดิ้ง จำกัด ในสัดส่วน 99.99% ได้ดำเนินการยื่นข้อเสนอขายไฟฟ้าและได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนตามระเบียบดังกล่าว
ต่อมาเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 บริษัทย่อยทั้ง 3 แห่ง ได้เข้าลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นระยะเวลา 25 ปี เพื่อพัฒนาและดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar Farms) เพิ่มเติมจำนวน 3 โครงการ โดยมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญาที่ 37 เมกะวัตต์, 48 เมกะวัตต์ และ 90 เมกะวัตต์ ตามลำดับ รวมเป็นกำลังการผลิตทั้งสิ้น 175 เมกะวัตต์
สำหรับโครงการดังกล่าว มีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (SCOD) ในปี 2571 โดยมีอัตรารับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) อยู่ที่ 2.1579 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ตลอดอายุสัญญา ซึ่งการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการนี้จะช่วยลดความผันผวนจากราคาเชื้อเพลิง อีกทั้งยังเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชนทั้งในภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมให้ได้ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ตลอดจนสร้างเสถียรภาพด้านค่าไฟฟ้าในระยะยาวตลอดอายุสัญญา
อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินทั้ง 3 โครงการข้างต้น กับโครงการที่ SCG ได้เข้าลงนามสัญญาไปก่อนหน้านี้จำนวน 1 โครงการ จะส่งผลให้บริษัทมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวมทั้งสิ้น 202 เมกะวัตต์
การพัฒนาโครงการทั้งหมด ถือเป็นไปตามแผนงานของ SCG ที่มุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อตอบสนองเป้าหมายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2583 โดยหากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมในการพัฒนาโครงการ บริษัทจะแจ้งรายละเอียดให้ทราบในลำดับต่อไป

