KTB ชี้ตลาดการเงินผันผวนสูง จับตาเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน กดดันเงินบาท

KTB ประเมินสถานการณ์ตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยหลักกดดันตลาดการเงินโลก กดดันให้เงินบาทอ่อนค่าทดสอบระดับ 32.75-33.00 บาทต่อดอลลาร์ แม้บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ เริ่มชะลอตัวจากความหวังเจรจาหยุดยิง แต่เงินบาทยังเสี่ยงผันผวนสูง โดยมีโอกาสแข็งค่าหรืออ่อนค่าได้ตามทิศทางความขัดแย้งและราคาน้ำมันโลก


นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า ตลาดการเงินโลกยังคงผันผวนจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้นักลงทุนยังคงระมัดระวังในการลงทุน แม้จะเริ่มมีสัญญาณบวกจากความหวังต่อการคลี่คลายความขัดแย้งดังกล่าว

ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับลดลงสู่ระดับ 4.50% หลังตลาดลดความกังวลต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงมองว่าบอนด์ยีลด์มีโอกาสเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นอยู่กับพัฒนาการในตะวันออกกลาง โดยระดับบอนด์ยีลด์ที่สูงกว่า 4.50% ยังถือว่าน่าสนใจสำหรับการทยอยลงทุนในพันธบัตรระยะยาวทั้งของสหรัฐฯ และไทย
ด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์เริ่มฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) เคลื่อนไหวบริเวณ 98.9-99.1 จุด ขณะที่ราคาทองคำยังถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์และความไม่ชัดเจนของการเจรจาหยุดยิง โดยราคาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนสิงหาคม 2026 เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนย่อตัวลงในช่วงตลาดเอเชีย

สำหรับค่าเงินบาท ยังคงมีความเสี่ยงผันผวนสองทางตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยคาดว่าเงินบาทระยะสั้นจะเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways แถวระดับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ และมีกรอบผันผวนระหว่างวันราว 20-30 สตางค์ ทั้งนี้ หากการเจรจาหยุดยิงมีความชัดเจนมากขึ้น เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าทดสอบระดับ 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม หากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านล้มเหลว หรือสถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงขึ้น อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นอีกครั้ง พร้อมกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าทดสอบระดับ 32.75-33.00 บาทต่อดอลลาร์ โดยนักลงทุนควรใช้กลยุทธ์บริหารความเสี่ยงและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงินโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง

Back to top button