
SCBEIC ชี้วิกฤต “ตะวันออกกลาง” สะเทือนท่องเที่ยวไทย หั่นเป้าต่างชาติปีนี้เหลือ 33 ล้านคน
SCB EIC ประเมินวิกฤตตะวันออกกลางกระทบท่องเที่ยวไทย หั่นเป้าต่างชาติปีนี้ลงเหลือ 33.2 ล้านคน จับตาต้นทุนน้ำมันพุ่ง ดันสายการบิน THAI-BA ปรับขึ้นค่าโดยสาร 10-20% จี้รัฐเร่งคลอดมาตรการอุ้มด่วน
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เปิดเผยบทวิเคราะห์ประเมินว่า สถานการณ์ความขัดแย้งและการโจมตีทางอากาศในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมการบินและการเดินทางระหว่างประเทศทั่วโลก เนื่องจากการประกาศปิดน่านฟ้าในหลายประเทศ ทำให้เที่ยวบินในเส้นทางตะวันออกกลางนับพันเที่ยวถูกยกเลิกกะทันหัน โดยภูมิภาคดังกล่าวถือเป็นศูนย์กลางการบินที่สำคัญ ซึ่งมีสัดส่วนผู้โดยสารสูงถึง 10% ของโลกในปี 2568 ตามข้อมูลของสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA)
สำหรับประเทศไทย วิกฤตการณ์ดังกล่าวได้สร้างผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ 1. จำนวนเที่ยวบินที่เดินทางมาไทยมีแนวโน้มลดลง ประกอบกับความเสี่ยงในการเข้าสู่ภาวะวิกฤตขาดแคลนน้ำมันอากาศยาน 2. ต้นทุนการเดินทางที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เร่งตัว และ 3. ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เปราะบางลงทั้งในด้านความปลอดภัยและภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัว จากปัจจัยกดดันดังกล่าว SCB EIC คาดการณ์ว่าหากวิกฤตยืดเยื้อไปอย่างน้อย 8 สัปดาห์ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยในปีนี้อาจชะลอตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 33.2 ล้านคน จากประมาณการเดิมในเดือนธันวาคมที่ประเมินไว้ 34.1 ล้านคน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังถือว่าขยายตัวเล็กน้อยราว 0.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยในมิติของจำนวนนักท่องเที่ยว แม้ภาพรวมผู้โดยสารต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยในเดือนมีนาคม 2569 จะทยอยฟื้นตัวกลับมาเติบโตราว 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่พบว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและอิสราเอล (สัดส่วน 2% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด) ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยหดตัวรุนแรงถึง 80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในช่วง 10 วันแรก ก่อนจะค่อยๆ ฟื้นตัวมาอยู่ที่ระดับหดตัว 46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในเดือนมีนาคม ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวยุโรปซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 8% และต้องพึ่งพาเที่ยวบินต่อเครื่องผ่านสายการบินตะวันออกกลาง (เช่น Emirates, Qatar Airways และ Etihad Airways) มีการปรับลดลงกว่า 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในช่วงแรก แต่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงหลังจากสายการบินต่างๆ เช่น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI, British Airways และ Lufthansa ได้เพิ่มเที่ยวบินตรงในเส้นทางยุโรป-เอเชีย ทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวยุโรปลดลงเพียง 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นอกจากนี้ ตลาดนักท่องเที่ยวมาเลเซียซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักและมีสัดส่วนถึง 14% ก็ปรับตัวลดลงกว่า 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากความกังวลเรื่องน้ำท่วมในหาดใหญ่และวิกฤตการขาดแคลนน้ำมันในบางพื้นที่ของไทย อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยยังได้รับการพยุงจากนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัวได้ดี โดยตั้งแต่ช่วง 1 มกราคม – 5 เมษายน 2569 เติบโตราว 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และหลังเกิดวิกฤตยังคงเดินทางเข้าไทยอย่างต่อเนื่องที่ระดับ 38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวอินเดียที่เติบโตราว 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในช่วงต้นปี และยังคงเติบโตที่ระดับ 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในช่วงเกิดวิกฤต
ทางด้านผลกระทบต่อภาคธุรกิจ ดัชนีราคาน้ำมันอากาศยานโลกพุ่งขึ้นกว่า 112% แตะระดับ 215 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้ต้นทุนสายการบินปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลายสายการบินทั่วโลกต้องประกาศขึ้นราคาค่าโดยสาร เช่น Air New Zealand และ Hong Kong Airlines รวมถึงสายการบินสัญชาติไทย โดย THAI ได้ประกาศปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร 10-15% ขณะที่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA ปรับขึ้นในอัตรา 15-20% ขึ้นอยู่กับเส้นทางบิน สำหรับธุรกิจโรงแรม ร้านค้า และร้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม เช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา พังงา กระบี่ และสมุย พบว่าในระยะสั้นมีการยกเลิกห้องพักราว 5-10% แต่ก็ได้รับการชดเชยจากกลุ่มนักท่องเที่ยวเอเชียและชาวต่างชาติที่ตกค้าง ส่วนธุรกิจท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ แม้ผู้ป่วยจากตะวันออกกลางจะคิดเป็น 23% ของคนไข้ต่างชาติ แต่ผลกระทบยังค่อนข้างจำกัดเนื่องจากความจำเป็นเร่งด่วนในการรักษาพยาบาล
SCB EIC ทิ้งท้ายว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อและทวีความรุนแรงขึ้น ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งออกมาตรการเชิงรุกเพื่อบรรเทาผลกระทบ โดยเฉพาะการกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกที่ยังมีกำลังซื้อ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ ตลอดจนการพิจารณามาตรการสนับสนุนทางการเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีสภาพคล่องจำกัด รวมถึงการพิจารณามาตรการที่ช่วยแก้ปัญหาต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มขึ้นและดูแลปริมาณน้ำมันให้เพียงพอ เพื่อประคับประคองอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยให้ก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้

