
“สุชาติ” ยกระดับรับมือไฟไหม้โรงงาน BWG สระบุรี หลังตรวจพบก๊าซพิษในระดับเสี่ยง
“สุชาติ ชมกลิ่น” สั่งกรมควบคุมมลพิษลงพื้นที่เร่งระงับเหตุไฟไหม้โรงงาน BWG ที่แก่งคอย สระบุรี หลังตรวจพบก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์ในระดับเสี่ยงกระทบสุขภาพ พร้อมยกระดับเฝ้าระวังและอพยพประชาชนในพื้นที่ท้ายลมเป็นการด่วน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการด่วนให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ลงพื้นที่สนับสนุนการระงับเหตุและติดตามผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิด ภายหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงงานของบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG ซึ่งเป็นสถานประกอบการจัดการของเสียอันตราย ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 8 ตำบลห้วยแห้ง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี โดยผลตรวจวัดเบื้องต้นพบค่าก๊าซพิษในระดับที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ หากได้รับสัมผัสต่อเนื่องเป็นเวลานาน จึงได้เร่งแจ้งเตือนและอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเป็นการเร่งด่วน
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 20:39 น. ของวันที่ 14 เมษายน 2569 โดยในคืนวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นได้เข้าควบคุมสถานการณ์ ภายใต้การอำนวยการของผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ต่อมาเมื่อเวลา 01:30 น. ของวันที่ 15 เมษายน 2569 หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อม หรือ EPU 7 ได้ลงพื้นที่ตรวจวัดคุณภาพอากาศใน 5 จุดบริเวณพื้นที่ท้ายลม และในเวลา 07:30 น. เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้ในเบื้องต้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 10:45 น. ของวันเดียวกัน ได้เกิดการปะทุของเพลิงขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัด ประกอบกับกระแสลมเปลี่ยนทิศและพัดเข้าสู่ตัวเมืองสระบุรี ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งยกระดับมาตรการรับมือ และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษได้ใช้เครื่องตรวจวัดไอระเหยสารเคมี Gasmet ตรวจสอบคุณภาพอากาศบริเวณโดยรอบพื้นที่เกิดเหตุ พบก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์ (Hydrogen Cyanide) อยู่ในช่วง 1.42-1.89 ppm ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงขีดจำกัดการรับสัมผัส และหากสูดดมต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรืออาการไม่สบายเล็กน้อยได้ ขณะที่ก๊าซชนิดอื่น ได้แก่ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ไฮโดรเจนซัลไฟด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ และสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ยังตรวจพบอยู่ในเกณฑ์ปกติ
นายสุชาติได้สั่งการให้ยกระดับการเฝ้าระวังในพื้นที่ทันที โดยแนะนำให้ประชาชนที่อยู่ในบริเวณท้ายลม โดยเฉพาะพื้นที่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจุดเกิดเหตุ อพยพไปอยู่ในพื้นที่เหนือลมเป็นการชั่วคราว เพื่อลดความเสี่ยงจากการสัมผัสก๊าซพิษที่อาจฟุ้งกระจายในอากาศ
ขณะเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีได้ประสานขอรับการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ เพื่อใช้โปรยน้ำเร่งควบคุมเพลิงที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง ขณะที่กองตรวจมลพิษและหน่วย EPU 7 ยังคงปักหลักอยู่ในพื้นที่ เพื่อตรวจวัดคุณภาพอากาศและประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
นอกจากนี้ หน่วยงานภาครัฐยังได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงให้เฝ้าระวังอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับระบบทางเดินหายใจ ดวงตา และผิวหนัง หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์โดยทันที พร้อมแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันสารเคมีได้ หากมีความจำเป็นต้องอยู่ในบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุ

