“ศุภจี” รับแนวโน้มราคาสินค้าปรับขึ้น หลังต้นทุนพุ่ง เร่งกระจายของถูกทั่วประเทศ

“ศุภจี” รับต้นทุนใหม่กดดันราคาสินค้า จ่อปรับขึ้น เดินหน้าคุมเข้ม–กระจายสินค้าทางเลือกทั่วประเทศ ผ่าน “ไทยช่วยไทย” บรรเทาค่าครองชีพ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (16 เม.ย.69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ราคาสินค้ามีแนวโน้มทยอยปรับเพิ่มขึ้นตามต้นทุนใหม่ที่เข้ามา ขณะเดียวกัน ภาครัฐยังมีมาตรการ “ไทยช่วยไทย” ลดราคาสินค้าสูงสุด 58% เป็นทางเลือกให้ประชาชน รวมถึงจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

“คงจะเป็นเช่นนั้น เพราะว่าต้นทุนใหม่ที่เข้ามาด้วยเช่นกัน ก็คงต้องค่อย ๆ ดูกันไป” นางศุภจี กล่าวตอบคำถามผู้สื่อข่าว ถึงกรณีที่ถามว่าถึงเวลาที่ประชาชนต้องยอมรับแล้วใช่หรือไม่ว่าราคาสินค้าจะเริ่มปรับเพิ่มขึ้น

สำหรับระยะถัดไป เตรียมยกระดับสินค้าเอสเอ็มอี (SME) จากทั่วประเทศเข้าสู่ค้าส่ง–ค้าปลีก เพื่อเพิ่มการเข้าถึงสินค้าราคาประหยัด ขณะเดียวกัน เย็นวันนี้มีกำหนดหารือกระทรวงมหาดไทย เพื่อขยายการกระจายสินค้าราคาถูก

นางศุภจี กล่าวว่า ยังต้องติดตามสถานการณ์ในเดือนเมษายน โดยประเมินว่าราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อให้ปรับตัวสูงขึ้น แม้เงินเฟ้อในเดือนมีนาคมยังอยู่ในระดับติดลบ ส่วนภาคการส่งออกยังต้องติดตามเป็นรายเดือน แต่ภาพรวมยังสามารถดำเนินการได้ โดยเฉพาะตลาดตะวันออกกลางยังมีการค้าขายต่อเนื่อง

  • น้ำมันปาล์มแชมพูสบู่ยื่นขอปรับราคา

ด้านนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า มีผู้ประกอบการยื่นขอปรับราคาสินค้าแล้ว โดยขณะนี้มีคำขอปรับราคาน้ำมันปาล์ม 4 ราย อยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งต้องมีการหารือร่วมกันก่อน หากมีความจำเป็น อาจพิจารณาให้ปรับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้กระทบประชาชนและไม่ให้เกิดภาวะสินค้าขาดตลาด ทั้งนี้ จะพิจารณาจากต้นทุนและปริมาณสต๊อกเดิมและสต๊อกใหม่ประกอบกัน

ส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคประเภทสบู่และแชมพู แม้มีการยื่นคำขอปรับราคาเข้ามาแล้ว แต่ข้อมูลโครงสร้างต้นทุนยังไม่ครบถ้วน จึงส่งกลับให้ผู้ประกอบการจัดทำข้อมูลใหม่

  • “ศุภจี” ไม่ท้อ ปรับทัพพาณิชย์ รับวิกฤตซ้อนวิกฤต

ผู้สื่อข่าวถามถึงการปรับทัพการทำงาน นางศุภจี กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างดึงผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านเข้ามาเสริมทีม โดยยอมรับว่าศึกหนักคือปัญหาราคาสินค้า เพราะฉะนั้นเรื่องลดค่าครองชีพพยายามทำอย่างเต็มที่ โดยปลัดกระทรวงพาณิชย์ระดมข้าราชการเข้ามาช่วยเสริมความเข้มแข็งให้กรมการค้าภายในมากขึ้น

ส่วนสินค้าเกษตร เป็นหน้าที่ของกรมการค้าภายในเช่น โดยทำงานร่วมกับสมาคมเกษตรอย่างใกล้ชิด ปรับทั้งภายในกระทรวง ทำงานข้ามกระทรวง และร่วมกับเกษตรกร สมาคมต่าง ๆ มากขึ้น

ขณะที่ในมิติภูมิรัฐศาสตร์ ระบุว่า หลายประเทศต้องปรับตัว ต้นทุนขนส่งสูงขึ้น การค้าไม่ง่ายเหมือนเดิม กติกาโลกกำลังเปลี่ยน จึงต้องมีทีมที่ปรึกษาเข้มแข็ง ครอบคลุมทั้งจีน อาเซียน สหรัฐฯ ยุโรป และอินเดีย เพื่อวางเกมให้ตรงจุด โดยทำงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ

นางศุภจี ย้ำความเชื่อมั่นต่อทีมงานกระทรวงพาณิชย์ พร้อมเสริมผู้เชี่ยวชาญรับมือ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ทั้งเศรษฐกิจ พลังงาน และภูมิรัฐศาสตร์ ที่กำลังกำหนดระเบียบโลกใหม่ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และจีน ทำให้ไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาสมดุลทางการค้า

“ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นด้วย เราก็ทำงานเต็มที่ ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจดีที่สุด แต่ว่าเราก็ไม่ท้อแท้ ยังไงก็ต้องทำเต็มที่ เพราะทุกอย่างที่เราทำก็คือเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เวลา 07.30 น. นางศุภจี ได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงพาณิชย์ เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง ภายใต้รัฐบาล “อนุทิน 2”

จากนั้น เวลา 10.30 น. ได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล ก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี

ภาพจาก: สำนักโฆษก ทำเนียบรัฐบาล

นางศุภจี กล่าวว่า ไม่ได้ขอพร แต่ตั้งสัจจะอธิษฐานว่าจะทำหน้าที่ที่ดีที่สุดให้กับประเทศชาติและประชาชน และถ้าทำได้เต็มที่อย่างนั้นแล้วขอให้ช่วยอำนวยพรให้สามารถทำได้อย่างที่ตั้งจิตอธิษฐานไว้ ทั้งนี้ มองว่าเป็นเรื่องปกติในการดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในช่วงเวลานี้ ที่ต้องเผชิญกับความกดดันจากหลายวิกฤต พร้อมเตรียมปรับรูปแบบการทำงานเป็น “คลัสเตอร์” เพื่อบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายวันนี้ได้เชิญกระทรวงอุตสาหกรรมเข้าหารือเกี่ยวกับสถานการณ์เม็ดพลาสติกอย่างต่อเนื่อง พร้อมเชิญผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญด้านการรีไซเคิลเข้าร่วม เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ควบคู่กับการวางโครงสร้างในระยะยาว

พร้อมกันนี้ มีการเชิญนางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมพัฒนาชุมชน เข้าหารือเรื่องการกระจายสินค้าอุปโภคบริโภค โดยอาศัยกลไกท้องถิ่นทั้งระดับอำเภอและตำบลในการขับเคลื่อน เพื่อสนับสนุนสินค้า SME และขยายโครงการ “ไทยช่วยไทย” ให้ครอบคลุมทั่วประเทศอย่างเป็นระบบ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

“ศุภจี” ระดม 12 กูรู “เศรษฐกิจ–การเงิน” ตั้งทีมที่ปรึกษา เสริมเขี้ยวเล็บการค้าไทย

Back to top button