
“ฟินันเซีย ไซรัส” เชียร์ซื้อ SCB เป้า 170 บาท ปักธงธุรกิจกลุ่ม Gen 2-3 ดันกำไร
“บล.ฟินันเซีย ไซรัส” เคราะห์ซื้อ SCB อัปเป้า 170 บาท! หลังโชว์กำไร Q1 ทะลุหมื่นล้าน ดีกว่าคาด 13% รับอานิสงส์ค่าธรรมเนียมพุ่ง-คุมต้นทุนอยู่หมัด จับตาอนาคตสดใสต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของธุรกิจกลุ่ม Gen 2-3 พร้อมขึ้นแท่นหุ้น Dividend Hero ชูคาดการณ์ปันผลสูง 7-8% ต่อปี แรงสุดในกลุ่มแบงก์
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB แนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 170 บาท หลังบริษัทประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 1.02 หมื่นล้านบาท สูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาด 13% แต่ต่ำกว่าตลาดคาด 4% เพิ่มขึ้น 0.5% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 18.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 23% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2569
กำไรที่ออกมาดีกว่าคาดได้รับแรงหนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ (net fee income) ที่สูงกว่าคาด จากธุรกรรมบริหารความมั่งคั่ง ประกันผ่านธนาคาร (bancassurance) และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อ รวมถึงค่าใช้จ่ายดำเนินงาน (Opex) ที่ต่ำกว่าคาด ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (cost-to-income ratio) ลดลงมาอยู่ที่ 42.4% ต่ำกว่าคาดที่ 45.6% จากค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่ลดลงมากกว่าคาด
อย่างไรก็ตาม รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (non-NII) ส่วนอื่นต่ำกว่าคาด จากกำไรสินทรัพย์ที่วัดมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุน (FVTPL) และกำไรจากเงินลงทุน ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) เป็นไปตามคาด โดย NII ลดลงทั้งจากไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ NIM อยู่ที่ 2.99% ลดลงจาก 3.24% ในไตรมาส 4/2568
ด้านสินเชื่อเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 3.4% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 0.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับประมาณการทั้งปีที่ 2.0% และแนวทางของบริษัทที่คาดเติบโตระดับ low-to-mid single digit โดยได้รับแรงหนุนจากสินเชื่อรายใหญ่โดยเฉพาะเงินทุนหมุนเวียน และธุรกิจ CardX ขณะที่สินเชื่อ SME และสินเชื่อรายย่อยบางส่วนยังหดตัว
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น โดยหนี้เสีย (NPL) ลดลงทั้งรายไตรมาสและรายปี อัตราส่วน NPL อยู่ที่ 3.23% จาก 3.29% ณ สิ้นปี 2568 ขณะที่สินเชื่อด้อยคุณภาพกลุ่ม Stage 2 และ Stage 3 ปรับลดลงหรือทรงตัว ส่งผลให้ต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิต (credit cost) ในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 153 bps ลดลงจาก 186 bps ในไตรมาสก่อนหน้า
ทั้งนี้ อัตราส่วนเงินสำรองต่อหนี้เสีย (coverage ratio) ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 162.3% จาก 160.8% ณ สิ้นปี 2568 สะท้อนความแข็งแกร่งของฐานะการกันสำรองของบริษัท
ดังนั้น บริษัทยังคงประมาณการและคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น SCB โดยมองแนวโน้มกำไรมีทิศทางแข็งแกร่งขึ้น หนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจกลุ่ม Gen 2–3 รวมถึงคาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ในระดับสูงราว 7–8% ต่อปีในกลุ่มธนาคารพาณิชย์

