APPLE โชว์กำไร Q2 ทะยาน 2.9 หมื่นล้านดอลล์ รับยอดขาย iPhone 17 พุ่ง เคาะปันผล-ซื้อหุ้นคืน

APPLE โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/69 ทุบสถิติ กวาดรายได้ทะลุ 1.1 แสนล้านดอลลาร์ โต 17% หนุนจากยอดขาย iPhone 17 สุดแกร่ง พร้อมเคาะจ่ายปันผลเพิ่ม 4% และทุ่มงบ 1 แสนล้านดอลลาร์ซื้อหุ้นคืน


บริษัท แอปเปิ้ล อิงค์ หรือ AAPL รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 2 ของปีงบการเงิน 2569 (สิ้นสุด ณ วันที่ 28 มีนาคม 2569) โดยบริษัททำรายได้รวมสูงถึง 1.112 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับกำไรต่อหุ้นปรับลดในไตรมาสดังกล่าวอยู่ที่ 2.01 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 2.958 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 2.478 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อนหน้า

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ AAPL สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกกลุ่มธุรกิจ นำโดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ iPhone ที่ทำรายได้ 5.699 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 4.684 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่แล้ว ขณะที่กลุ่มบริการต่างๆ ทำรายได้ 3.098 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 2.665 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้านกลุ่มผลิตภัณฑ์ Mac ทำรายได้ 8.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 7.95 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วน iPad ทำรายได้ 6.91 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 6.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกลุ่มอุปกรณ์สวมใส่ บ้าน และอุปกรณ์เสริม ทำรายได้ 7.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 7.52 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ยอดขายสุทธิในภูมิภาค Greater China (จีน ฮ่องกง มาเก๋า และไต้หวัน) พุ่งสูงขึ้นเป็น 2.05 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อน

นายทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ AAPL เปิดเผยว่า บริษัทมีความภูมิใจที่จะรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสเดือนมีนาคมที่ดีที่สุด ด้วยรายได้ 1.112 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีการเติบโตในระดับเลขสองหลักในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ iPhone ที่สามารถสร้างสถิติรายได้ใหม่ในไตรมาสนี้ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่ยอดเยี่ยมสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ iPhone 17

นอกจากนี้ ในส่วนของการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดในอัตรา 0.27 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้น 4% โดยจะกำหนดจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 สำหรับผู้ที่มีรายชื่อปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ยิ่งไปกว่านั้น คณะกรรมการบริษัทยังได้อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพิ่มเติม ในวงเงินสูงสุดถึง 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐอีกด้วย

Back to top button